[FIC] *** SLAVE OF LOVE ***
posted on 03 Jun 2007 20:28 by uke283 in Jr-Fiction[SHORTFIC]
SLAVE OF LOVE
Cast : Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya
Author : Uke
.
ในเมืองหลวงที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างนครโตเกียว แม้พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าเหลือเพียงความมืดมิดในยามราตรีแต่แสงไฟจากสถานบันเทิงต่างๆที่เรียงรายอยู่เต็มสองข้างถนนในย่านท่องเที่ยวนั้นก็ส่องสว่างไม่แพ้แสงจากดวงอาทิตย์แม้แต่น้อย ผู้คนที่หนาตาไม่แพ้ตอนกลางวันกำลังใช้ชีวิตในแบบของตัวเองกันอย่างสุดเหวี่ยง ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มคนที่กำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ ณ แมนชั่นใจกลางมหานครแห่งนี้
ห้องที่ขนาดกว้างขวางเกินสำหรับการอยู่คนเดียวกลับมองดูแคบไปถนัดตาเมื่อตอนนี้บนพื้นห้องที่ถูกปูด้วยพรมนิ่มมีชายหนุ่มในรั้วมหาลัยกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ถึง 6 คน เสียงที่เฮลั่นด้วยความสนุกสนานดังขึ้นเรื่อยๆแปรผันตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่ถึงกระนั้นห้องสุดหรูที่เป็นกำแพงเก็บเสียงก็ยังคงเก็บความโหวกเหวกโวยวายของแต่ละคนที่ความมีสติเริ่มนับถอยหลังได้เป็นอย่างดี กระป๋องเบียร์ที่ว่างเปล่าไร้น้ำสีอ่อนที่เจือแอลกอฮอล์ถูกวางกระจายอยู่เกลื่อนรอบวงตามความพอใจของคนทิ้ง เมื่อของเหลวหยาดหยดสุดท้ายหมดกระป๋องสีวาวก็ไร้ความน่าสนใจทันที ถุงขนมผิวมันที่ถูกเลือกมาเป็นของขบเคี้ยวก็ปลิวกระจายอยู่ไม่ไกลกันนัก เศษขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยหล่นติดอยู่ทั่วผืนพรมที่เคยดูสะอาดตาอย่างไม่กลัวว่าเจ้าของห้องจะ วีนแตกกับสภาพห้องที่แทบไม่มีเค้าเดิมอยู่เลย
.....ทำไมน่ะเหรอ.........ก็เพราะคุณเจ้าของห้องตัวดีก็กำลังร่วมวงสังสรรค์เฮฮาอย่างเมามันอยู่ด้วยน่ะสิ แถมไอ้คนที่ทำเลอะเทอะที่สุดน่ะก็หนีไม่พ้นคุณเจ้าของห้องที่ตอนนี้กำลังนั่งหน้าแดงตาเยิ้มด้วยฤทธิ์น้ำเมาที่ดื่มเข้าไปไม่ยั้ง
คิงโพดำ!! ฉานลงแล้ว ต่อปายยตาครายยย มือที่จับแผ่นสี่เหลี่ยมใบบางตวัดหงายลงพื้นแรงๆอย่างสะใจจนกระป๋องเบียร์ที่ยังคงมีของเหลวอยู่ก้นกระป๋องล้มกลิ้งไปบนพื้นพรมจนเปียกชื้นเป็นวงสีเข้มแต่คนทำกลับไม่รู้สึกสักนิด
ฮ่าๆๆ ตานี้ฉานนเป็นคิงแน่ๆ เอิ๊ก! เสียงอ้อแอ้ที่แทบจะไม่เป็นภาษาหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อใกล้จุดสิ้นสุดเกมส์และเขาก็กำลังจะกลายเป็นผู้ชนะ
จะบ้ารึไงไอ้คิ!! แกแหกตาดูสิที่แกลงมาน่ะมันคิงโพธิ์ดำที่ไหน เก็บแจ๊คของแกขึ้นไปเลย คิงโพธิ์แดงของฉันใหญ่กว่าเว๊ย!! ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆตวาดลั่นพร้อมหรี่ตามองเพื่อนที่คออ่อนขัดกับหน้าตาโหดๆของมันจริงๆ มิหนำซ้ำห้องหรูที่พวกเขากำลังสิงสถิตอยู่นี่ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากคุณชายโคคิที่เมาแอ๋ไม่เป็นท่าอยู่
.....คนเรามันดูกันที่หน้าตาไม่ได้จริงๆ.....-_-
ยู...อย่าไปว่าโคคิสิ ฉันว่าหมอนี่ไม่ไหวแล้วล่ะพาไปนอนเถอะ เสียงหวานที่ดังขึ้นพร้อมนัยน์ตาวาวที่ช้อนมองเชิงตำหนิทำเอาหูหางที่ตั้งขู่เพื่อนฟ่อเมื่อครู่พากันตกลีบกลายเป็นแมวเซื่องๆที่อยู่ในโอวาทเจ้าของทันที
เจ้าของเรียวหน้าหวานที่โดดเด่นด้วยตากลมโตลุกขึ้นจะประคองคนที่ยังหัวเราะอย่างผู้ชนะเมื่อครู่แต่พอหันมาอีกทีคอที่เคยตั้งแม้จะเอียงไปเอียงมาแต่ตอนนี้กลับพับฟุบลงไปนอนบนพื้นเรียบร้อยแล้ว
อ๊ะ! ยามะพีฉันช่วยนะ คนเดียวไม่ไหวหรอก หมอนี่หนักจะตาย ร่างบางที่เสนอตัวรีบลุกจะเข้าไปประคองอีกคนด้วยเห็นช่องทางรอดตายอยู่ตรงหน้า แต่มีเหรอที่คนเจ้าเล่ห์กว่าหลายขุมอย่างยูอิจิจะจับไม่ทัน
นายไม่ต้องเลยคาเมะ ต่อไปตานายไม่ใช่รึไงเล่นต่อไปเลยเดี๋ยวฉันไปเอง จุนโนะนายดูไว้ด้วยนะเผื่อมีคนขี้โกงหาทางเอาตัวรอดอีก ยูอิจิยิ้มเยาะให้ใบหน้าขาวใสต้องยู่หน้าใส่ในความแสนรู้เหมือนเจ้าฮาจิหมาที่บ้านเขาไม่มีผิด
เอ้า..คาเมะตานายแล้ว เสียงสดใสที่เหมาะกับใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่เสมอของจุนโนะเคยเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเสมอสำหรับคาเมะ แต่ในเวลานี้ร่างบางกลับรู้สึกว่าหน้ายิ้มๆนี่มันน่าหมั่นไส้ชะมัด
.....เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ !!!......
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกปมได้ ตาเรียวสวยภายใต้กรอบขนตายาวกวาดมองไพ่ในมือแล้วก็ต้องถอนหายใจฟึดฟัดออกมาเมื่อแต้มของไพ่แต่ละใบในมือมันต่ำกว่าสิบทั้งนั้น
ฉันผ่าน!! เสียงใสกระแทกดังให้รู้ว่ากำลังหงุดหงิดแต่ท่าทางกระเง้ากระงอดก็ไม่ได้สร้างความสะดุ้งสะเทือนใดๆให้แก่เพื่อน เพราะในเวลานี้สิ่งเดียวที่ทุกคนคิดเหมือนกันก็คือสุภาษิตที่ว่า....รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี.....
คาเมะเหลือบตามองคนที่ต้องลงต่อจากเขา ใบหน้าขาวที่เรียบนิ่งทำเอาร่างบางเดาไม่ถูกว่าเพื่อนที่หน้าตากระเดียดไปทางที่เหมาะกับคำว่าสวยทั้งที่เป็นผู้ชายกำลังถือไพ่อะไรไว้ในมือ
ทัตจังก็จะผ่านเหมือนกันใช่ม๊า ตาเรียวหวานมองอ้อนๆให้เจ้าของชื่อที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยต้องหันมามองคนตัวเล็กที่อายุน้อยสุดในกลุ่ม
อุเอดะอมยิ้มเจื่อนๆกับท่าทางออดอ้อนของคาเมะ ด้วยความที่เป็นน้องคนเล็กในกลุ่มคาเมะจึงมักได้รับความเอาใจใส่จากเพื่อนเสมอจนบางครั้งก็เรียกได้ว่าตามใจทุกอย่างเลยทีเดียว และดูเหมือนเจ้าตัวเองก็รู้ตัวดังนั้นเวลาอยากให้ใครตามใจคาเมะจึงมักจะอ้อนขอด้วยท่าทางน่ารักที่ทำเอาคนถูกตื๊ออดที่จะตามใจไม่ได้ทุกที
.....แต่มันไม่ใช่ครั้งนี้น่ะคาเมะ ฉันยังไม่อยากถูกลงโทษให้ทำอะไรก็ไม่รู้จากไอ้คนที่มีแววว่าจะเป็นคนออกคำสั่งอย่างเจ้ายูอิจิอ่ะ......Y_Y
ขอโทษนะคาเมะ อุเอดะรีบหันหลบแววตาออดอ้อนของร่างบางวูบก่อนจะรีบทิ้งไพ่ในมือที่มีแต้มสูงกว่าใบของยูอิจิลงกลางวง ขืนชักช้ากว่านี้เขาอาจจะใจอ่อนและกลายเป็นคนซวยซะเองน่ะสิ
ทัตจังอ่ะ!!...ใจร้าย... ริมฝีปากบางสีสวยพ่นคำตัดพ้อพร้อมกับเชิดยื่นตามอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง
คาเมะก้มมองไพ่ในมือแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ถ้ามันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกเขาคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มกับภาวะขับขันของตัวเองขนาดนี้หรอก แต่มันดันมีกติกาแปลกๆเข้ามาเกี่ยวข้องนี่สิ ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าไอ้กฎที่บอกว่าใครเป็นสลาฟติดกันสามตาจะต้องทำตามคำสั่งของคนที่เป็นคิงในตาสุดท้ายนั้นมันจะเกิดขึ้นได้จริงๆน่ะ ไอ้ตอนแรกก็คึกเห็นว่าน่าสนุกดีอยู่หรอกถึงหลวมตัวเล่นด้วย แต่ไปๆมาๆร่างบางก็ชักจะหัวเราะไม่ออกเมื่อตอนนี้เขาเป็นสลาฟติดกันมาสองตาแล้ว ยิ่งไพ่ในมือที่มีแต่แต้มต่ำเรียดดิน ตานี้ตำแหน่งสลาฟก็คงไม่พ้นไปไหน แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือคนที่มีแววจะเป็นคิงของตานี้...คนที่จะได้เป็นคนออกคำสั่งดันเป็นเจ้ายูอิจิ คนที่ตำแหน่งน้องเล็กในกลุ่มอย่างคาเมะก็ไม่สามารถยับยั้งความขี้แกล้งกวนประสาทของยูอิจิได้ มิหนำซ้ำร่างโปร่งยังดูจะสนุกเป็นพิเศษที่ได้แหย่ได้กวนคนที่มีแต่คนเอาใจอย่างคาเมะ และนั่นมันยิ่งทำให้ร่างบางได้แต่นั่งกระสับกระส่ายไม่ติดที่
ว่าไงถึงตาฉันรึยัง ? ยังไม่ทันจะหลุดจากห้วงความคิดร่างโปร่งที่เสียงนำมาแต่ไกลก็ทำเอาคาเมะต้องเบะปากในน้ำเสียงและท่าทางที่กวนอารมณ์ของคนตายยาก
ถึงตานายพอดีเลยยู เสียงสดใสเริงรื่นที่บอกลำดับการแข่งขันที่ราวกับอยู่ในสมรภูมิรบทำเอาเรียวตาสวยต้องตวัดหันไปมองอย่างเคืองๆ แต่คนสดใสอย่างจุนโนะก็ยังคงแจกจ่ายรอยยิ้มไปทั่วไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำเอาอุณหภูมิในร่างของน้องเล็กเดือดปุดๆ
.จะเกลียดจุนโนะแล้ว เข้าข้างยูอิจิชัดๆ!!....
หืม...หนึ่งดอกจิกเหรอ ฮึๆ ใบสุดท้ายของฉัน...สองโพธิ์ดำ....ตานี้ฉันเป็นคิง!!
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
แม้เวลาค่ำคืนจะผ่านล่วงเลยมาจนหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือขาวเปลี่ยนตัวเลขวันที่เป็นอีกวันแต่ไฟตรงทางเดินหน้าห้องของแมนชั่นหรูก็ยังคงส่องสว่างให้ความสะดวกกับผู้อาศัยกระเป๋าหนักอย่างไม่กลัวสิ้นเปลือง แต่ถึงจะมืดจะสว่างยังไงสิ่งนั้นก็ไม่ได้ดึงความสนใจจากคนร่างบางผิวละเอียดที่ยืนกัดฟันกรอดๆอยู่ตรงหน้าประตูห้องได้เลยสักนิด
มันจะยากอะไรกับอีแค่เข้าไปในห้องแล้วหยิบตะเกียบออกมาหนึ่งคู่...บทลงโทษที่ง่ายแสนง่าย...
คาเมะนึกถึงคำพูดของผู้ชนะแล้วก็ได้แต่กำมือแน่นและไม่ลืมที่จะหันไปค้อนให้ไอ้เจ้าของบทลงโทษที่ยืนอยู่ในห้องพร้อมเพื่อนๆที่พร้อมใจกันแง้มประตูแอบดูบทลงโทษสำหรับคนที่อยู่ในฐานะทาสอย่างเขา
......มันคงง่ายอย่างนั้นหรอก!!! ให้ไปเข้าห้องใครก็ไม่รู้ แถมดึกป่านนี้แล้ว เกิดเค้าแจ้งตำรวจจับฉันขึ้นมานายต้องรับผิดชอบยูอิจิ !!!.......
ตาเรียวรีมองป้ายชื่อหน้าห้องที่ถูกติดไว้ใกล้กริ่งแล้วก็ให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ห้องที่อยู่กันเป็นครอบครัวให้เขาต้องขนลุกกับสายตาไม่เป็นมิตรของคุณแม่บ้านวัยกลางคน
คาเมะก้มมองกระป๋องเบียร์เย็นฉ่ำในมือที่ถูกยัดเยียดจากยูอิจิด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นแผนชวนดื่มจะได้เข้าไปในห้องเค้าได้ ทีแรกคาเมะคิดจะขอตะเกียบจากเจ้าของห้องผู้ที่ถูกรับเลือกให้เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในบทลงโทษของเขาครั้งนี้ตรงๆ แต่ดูเหมือนร่างบางจะประเมินยูอิจิต่ำไปเมื่อเจ้าคนจมูกโตนั่นยื่นเงื่อนไขพร้อมสรรพว่าห้ามบอกเหตุผลใดๆกับคนๆนั้นเด็ดขาด พูดง่ายๆก็คือให้เขาเข้าไปในห้องคนไม่รู้จักแล้วขโมยตะเกียบออกมาหนึ่งคู่นั่นแหละ !!
ยู...แกล้งคาเมะมากไปรึปล่าว ดูสิยืนขมวดคิ้วแน่นเลย ร่างสีน้ำผึ้งสะกิดแขนแกร่งของคนรักให้ดูเรียวหน้าขาวใสที่เต็มไปด้วยความกังวล
ไม่หรอกน่าโทโมะ เราตามใจหมอนั่นมากไปจนหมอนั่นจะเสียนิสัยอยู่แล้ว เด็กดื้อแบบคาเมะน่ะต้องดัดนิสัยซะบ้าง ยูอิจิหยิกแก้มอิ่มของคนรักขี้สงสารเบาๆก่อนจะหันไปสอดแนมต่อ
แต่มันก็น่าห่วงนะ เกิดเจ้าของห้องนั้นมันเป็นพวกโรคจิตจะทำไงล่ะ คาเมะยิ่งน่ารักอยู่ด้วย คนหน้าหวานตากลมยังไม่หายกังวลและเหตุผลนี้ก็ทำเอาจุนโนะและอุเอดะที่เงียบมองสถานการณ์อยู่นานต้องพยักหน้าเห็นด้วย
ไม่ต้องห่วงหรอกน่า คาเมะก็เพื่อนฉันนะฉันไม่ส่งหมอนั่นไปเข้าถ้ำเสือถ้ำจระเข้หรอก เจ้าของห้องข้างๆนั่นฉันรู้จัก ยิ่งเป็นคาเมะด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องห่วงเลย
เอ๋... สามเสียงดังประสานกันโดยไม่ได้นัดหมายแต่เจ้าของคำสั่งที่ทิ้งประโยคกำกวมไว้ให้คิดก็เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากแล้วทอดมองไปยังร่างบางที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องข้างๆตามเดิมเท่านั้น
แต่ก่อนที่ใครจะได้ถามอะไรจากคนที่สวมมงกุฎคิงให้หายสงสัยเสียงลูกบิดประตูที่ดังออกมาจากห้องข้างๆก็เรียกสายตาทั้งสี่คู่ให้หันไปทางเดียวกันทันที
คาเมะสะดุ้งจนตัวคลอนเมื่อประตูตรงหน้าแง้มเปิดออกตามสัญญาณกริ่งทั้งที่เขาเป็นคนกดมันด้วยตัวเอง ใบหน้าหวานลดลงต่ำด้วยความประหม่าและมันก็แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านริมฝีปากบางสีอ่อนที่กำลังขบเม้มกันแน่นสนิท แต่ถึงจะหวั่นใจยังไงเขาก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ไอ้การจะให้คนอย่างยูอิจิมาตราหน้าน่ะไม่มีทางยอมเด็ดขาด!!
อะ..เอ่อ...ผม ผมมีเบียร์อยู่สองกระป๋อง..เอ่อ...ยังไงมาดื่มด้วยกันไหม แม้จะตระเตรียมคำพูดเอาไว้พร้อมแต่พอเอาเข้าจริงๆโรคติดอ่างก็ลุกลามซะจนคาเมะแทบจะต้องแต่งบทสดๆเองใหม่หมด
คาเมะเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกันเมื่อประโยคที่เขาพูดออกไปยังไม่ได้รับคำตอบอะไรสักที ชายหนุ่มตรงหน้าสูงใหญ่กว่าร่างบางนักและเมื่อได้มองใบหน้านั้นตรงๆคาเมะก็ให้คำจำกัดความหน้าตาของคนตรงหน้าได้เต็มปากว่า หล่อ
เรียวตาสวยสำรวจคนตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่แล้วก็นึกฉุนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าคมนั้นยังไม่ทิ้งรอยความตื่นตระหนก ไอ้จะตกใจกับการที่อยู่ๆก็มีคนแปลกหน้ามาชวนดริ๊งค์เขาก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ไอ้อาการอึ้งเป็นนาทีนี่มันดูจะเป็นเอฟเฟ็คที่เกินไปหน่อยรึปล่าว!!
ฟันขาวขบริมฝีปากล่างอย่างชั่งใจ เขาอยากจะล้มเลิกไอ้บทลงโทษบ้าๆนี่ซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอนึกถึงหน้าตายิ้มเยาะของยูอิจิมันก็ทำเอาต่อมอยากชนะที่ฝังอยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวเดินเครื่องทำงานเต็มที่ทันที
เอ่อ...ผมไม่ได้บ้าไม่ได้เมานะ...แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายด้วย แต่แค่อยากจะหาเพื่อนดื่มจริงๆ นัยน์ตาหวานที่เชื่อมขึ้นหลายเท่าด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ซดไปก่อนหน้าช้อนมองอ้อนๆอย่างที่เจ้าตัวถนัด
คาเมะนิ่งสบสายตาอยู่สักพักแต่อีกคนก็ยังคงเงียบซะจนร่างบางเริ่มจะอ่อนใจเตรียมตัวเตรียมใจรับคำถากถางจากเพื่อนตัวแสบอย่างจำยอม แต่วินาทีที่คาเมะกำลังจะถอยทัพยอมรับสภาพ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ค่อยๆถอยหลังเข้าห้องตัวเองก่อนจะหันกลับเดินลึกเข้าไปทั้งที่ยังเปิดประตูทิ้งไว้อย่างนั้น
คาเมะมองตามแผ่นหลังกว้างที่ยังคงเงียบไม่พูดอะไรอย่างงงๆ คิ้วเรียวสวยเริ่มผูกปมอีกครั้งเมื่อความหมั่นไส้ในตัวชายหนุ่มพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
....พูดด้วยก็ไม่พูดตอบ แถมเดินเข้าห้องไปเฉย ประตูก็ไม่ปิด นี่ต้องให้ฉันปิดให้ด้วยรึไง หมอนี่มันอะไรกัน!!...
คนหน้าหวานกำกระป๋องเบียร์ที่เริ่มมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่รอบกระป๋องด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่างจากในตู้เย็นแน่น อยากจะเขวี้ยงมันใส่คนขี้เก๊กนี่ให้โดนหน้าจังๆนักแต่พอชั่งน้ำหนักผลที่ตามมาดูแล้วไม่ทำคงจะดีกว่า คาเมะสะบัดหน้าจะกลับห้องที่ตัวเองอยู่อย่างหงุดหงิด แต่เสียงทุ้มที่ไม่คุ้นหูเอาซะเลยก็ดังขึ้นฉุดให้เขาต้องหันมามองซะก่อน
เข้ามาสิ...จะหาเพื่อนดื่มไม่ใช่เหรอ เรียวตาคมหันมาสบเพียงแว่บก่อนจะรีบหันกลับไปทางอื่น คาเมะมองชายหนุ่มที่เปิดตู้เย็นหาอะไรวุ่นวายแล้วก็ต้องยิ้มออกมา และถ้าเขามองไม่ผิดจมูกโด่งเป็นสันบนใบหน้าหล่อเหลานั้นมันกำลังแดงเรื่อทั้งที่ยังไม่ได้จิบน้ำเมาสักนิด
....ที่แท้ก็กำลังอายอยู่หรอกเหรอ ^^.
คนตัวเล็กหันมาชูสองนิ้วให้เพื่อนที่เกาะอยู่ตามขอบประตูห้องโคคิกันหน้าสลอนก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องที่เพิ่งได้รับคำเชิญจากเจ้าของเมื่อครู่ มือขาวดึงลูกบิดให้ประตูปิดลงสนิทเหมือนก่อนหน้านี้ที่เขายังคงยืนอยู่ที่อีกฝากของประตู ห้องที่มีแผ่นป้ายบอกชื่อเจ้าของไว้ชัดเจนว่า.....อาคานิชิ จิน.....
X::x::::x::X::x::::x::X::x::::x::X::x::::x::X
ภายในห้องที่ขนาดไม่ต่างจากห้องของโคคิแต่สไตล์การตกแต่งกลับแตกต่างกันสุดขั้ว โทนขาวดำถูกเลือกมาใช้ได้อย่างลงตัวบ่งบอกถึงรสนิยมของคนออกแบบได้อย่างดี คาเมะยืนนิ่งอยู่กลางห้องเพราะไม่กล้าจะแตะต้องอะไรแต่ตาเรียวสวยก็กวาดมองสำรวจไปจนทั่วนึกชื่นชมเจ้าของห้องที่สามารถหาของตกแต่งที่ดูแปลกตาแต่กลับดูดีอย่างบอกไม่ถูก
เสียงรื้อค้นที่ดังกุกกักราวกับเสียงเพลงเบาๆที่เปิดคลอให้ห้องกว้างที่ไร้การสนทนาไม่เงียบจนเกินไปนักหยุดลงเมื่อเจ้าของดวงตาคมลุกขึ้นเอาถุงผลไม้ที่ได้จากตู้เย็นขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ที่สูงเกินเอวซึ่งกั้นแบ่งส่วนระหว่างห้องรับแขกและห้องครัว
นั่งก่อนสิ เสียงทุ้มลอยขึ้นมาให้คนที่ยืนกวาดตามองโน่นมองนี่อยู่กลางห้องต้องหันมาสบตา แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มเลือกที่จะหันหลบทันทีที่คาเมะหันมามอง คนตัวเล็กทำหน้ายุ่งกับท่าทางแปลกๆของเจ้าของห้อง ....ถ้าไม่อยากต้อนรับก็ไม่เห็นต้องให้เขาเข้ามาเลยหนิ!!... แต่ถึงจะขุ่นใจกับท่าทางของจินยังไงคาเมะก็ยอมที่จะนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีขาวดำลายหนังวัวตัวยาวตามคำของร่างสูงอยู่ดี
คุณไม่ต้องวุ่นวายหาอะไรมาต้อนรับแขกที่มาไม่รู้จักเวล่ำเวลาแบบผมก็ได้ ริมฝีปากสีอ่อนขยับเอ่ยคำพูดด้วยเสียงสะบัด แม้แต่ใบหน้าหวานก็พาลบูดบึ้งเมื่อการแสดงออกของร่างสูงมันทำให้นึกหงุดหงิดใจ
จินเงยหน้ามองทันทีเมื่อรู้สึกได้ถึงความขุ่นเคืองในน้ำเสียง แต่แทนที่จะไม่พอใจใบหน้าหล่อเหลากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของคาเมะที่เขามักจะได้เห็นเสมอจนมันจะกลายเป็นโลโก้ประจำตัวคนหน้าหวานนี้อยู่แล้ว
....ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหนิ แล้วอีกอย่าง...ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้ เรารุ่นเดียวกัน
รุ่นเดียวกันงั้นเหรอ....นายรู้ได้ยังไงว่าเรารุ่นเดียวกัน นายรู้จักฉันเหรอ คาเมะรีบหันมายิงคำถามใส่คนที่ทำเหมือนรู้จักตัวเองมาก่อนแต่จินก็เพียงแค่ระบายยิ้มบางๆบนใบหน้าคมแทนคำตอบเท่านั้น และเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมตอบคำถามไขข้อข้องใจดวงหน้าขาวใสก็เริ่มเข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง คิ้วเรียวสวยเริ่มเคลื่อนเข้าชี้ชนกันอย่างชำนาญ และริมฝีปากบางนั้นก็เผยอเชิดอย่างคุ้นชิน
คนหน้าหวานนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ลำพัง สองแขนกอดกระชับอกวางท่านิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาว แต่เพียงไม่นานก็อดไม่ได้ ต้องหันไปมองชายหนุ่มที่ดูวุ่นวายหยิบโน่นทำนี่อยู่หลังเคาน์เตอร์อย่างเพลินตาและร่างที่ยืนเด่นอยู่ในครัวก็ทำเอาคาเมะลืมจุดประสงค์ที่เข้ามาในห้องนี้ซะสนิท ผมหยักศกสีเข้มที่หล่นลงมาบังดวงตาคมยามที่ร่างสูงก้มหน้าทำเอาคาเมะนึกขัดใจไม่น้อย เรียวตาสวยหวานฉ่ำไล่ตามทุกการเคลื่อนไหวของจินเมื่อร่างสูงดูดึงดูดและน่าสนใจกว่าห้องกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างแปลกตาตั้งเยอะ
แต่อยู่ๆท่าทางคล่องแคล่วของคนที่อยู่ในครัวก็เริ่มจะงกๆเงิ่นๆจนริมฝีปากสีสวยต้องยกยิ้มอย่างชอบใจ คาเมะนึกขำอยู่คนเดียวที่คนหน้าตาดีอย่างจินน่าจะชินกับการตกเป็นเป็นเป้าสายตาของคนอื่นแต่ชายหนุ่มที่ดูสุขุมกลับขี้อายอย่างไม่น่าเชื่อ เรียวตาหวานปรายมองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยอมละสายตาเมื่อเริ่มรู้สึกสงสารคนที่หันซ้ายหันขวาราวกับทำอะไรไม่ถูก
ไม่นานนักชายหนุ่มก็กลับออกมาพร้อมผลไม้จานเบ้อเริ่มและมันก็ถูกวางลงบนโต๊ะกระจกตัวเตี้ยข้างหน้าคาเมะ ร่างบางมองของในจานที่ดูจะอุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิดแล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะหันไปพูดกับคนที่เลือกนั่งบนโซฟาเดี่ยวที่ตั้งทำมุมกับโซฟาตัวที่เขานั่งอยู่อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
นี่นายคงไม่เคยกินเบียร์เลยสินะ ไม่สิๆ ฉันน่าจะถามว่านายคงไม่เคยดื่มของที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่เลยสินะ คาเมะหยักยิ้มอย่างนึกขำ เกิดมาเขาก็เพิ่งเคยเห็นคนกินเบียร์แกล้มด้วยผลไม้ก็วันนี้แหละ
....ไม่ใช่ว่าไม่เคย แต่ผลไม้น่ะมันดีกว่าเบียร์ตั้งเยอะ วันนี้เปลี่ยนมาลองกินเจ้าพวกนี้แทนบ้างก็แล้วกัน จินหันตอบเสร็จก็เบนสายตากลับไปจับจ้องที่จานผลไม้ตามเดิมทำเอาคาเมะต้องกลั้นยิ้มจนปวดแก้มเมื่อชายหนุ่มยังคงรักษาคอนเซ็ปท์เดิมไม่เปลี่ยน
นายเป็นห่วงฉันเหรอ เรียวหน้าหวานยื่นเข้าหาให้อยู่ในวิถีสายตาของร่างสูง ดวงตาเรียวที่มีประกายวาวจ้องมองสบนัยน์ตาคมราวกับจะเอาคำตอบซะให้ได้
จินผงะน้อยๆกับดวงหน้าขาวใสที่เขาพยายามมาตลอดที่จะหลบเลี่ยง แต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยที่เขาเพิ่งจะเคยได้เห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้นก็ช่างดึงดูดและน่าหลงใหลเหลือเกิน..
เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงสบสายตาตอบ แต่แทนที่คาเมะจะยินดีที่ไล่ต้อนอีกคนได้สำเร็จร่างบางกลับรู้สึกเหมือนเขากำลังจะกลายเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนแทนซะเอง ดวงตาคมบนใบหน้าหล่อเหลาช่างดูลึกลับราวกับซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้และนัยน์ตาดำสนิทนั้นก็เหมือนมีแม่เหล็กอ่อนๆที่ดึงดูดให้เขาอยากจะลองค้นหามันเหลือเกิน
ล้อเล่นน่ะ ใครจะมาห่วงคนที่เพิ่งจะได้เจอกันครั้งแรกล่ะเนอะ และเป็นฝ่ายคาเมะเองที่เลือกที่จะดึงตัวเองออกมาจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดจนหัวใจเขาเริ่มจะเต้นถี่ เรียวตาสวยหันหนีสายตาคมที่ยังคงจับจ้องมาไม่เลิกราและมันก็ทำเอาคาเมะหนาวๆร้อนๆราวกับคนจะเป็นไข้
จินตวัดสายตามองคนหน้าหวานที่ยิ้มหัวเราะกับเรื่องที่พูดอย่างเจ็บปวด แต่มันก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
นั่นสินะ เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกจะไปมีความรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง
คาเมะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างคนหมดแรง เขาเพิ่งจะรู้ว่าคำพูดของตัวเองที่ได้ฟังจากปากคนอื่นมันจะทำให้ปวดหนึบตรงกลางอกได้ขนาดนี้ ใบหน้าหวานผินมองนาฬิกาที่ถูกแขวนอยู่บนข้างฝาเมื่อลางสังหรณ์มันเต้นเร่าๆว่าไม่ควรจะอยู่นานกว่านี้
ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ฉันคงต้องไปแล้ว ขอโทษที่ทำให้นายต้องวุ่นวายไปด้วย เบียร์สองกระป๋องนี้ฉันยกให้เป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน คาเมะยิ้มบางๆให้ ดันกระป๋องเบียร์บนโต๊ะกระจกที่แทบจะไม่เหลือความเย็นไปตรงหน้าร่างสูงก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทันที
ขอบคุณมาก...แล้วก็ต้องขอโทษด้วย ฉันกลับล่ะ ร่างบางหันมาพูดเร็วๆพร้อมโค้งให้ และเพียงเสี้ยวนาทีร่างผอมบางก็หายไปพร้อมเสียงประตูที่ปิดลง
จินเดินตามรอยของร่างที่คุ้นตามายังบานประตูที่ปิดสนิท มือใหญ่ทาบลงบนแผ่นไม้หนาสีเข้มอย่างเบามือราวกับกำลังสัมผัสอยู่บนใบหน้าน่ารักของใครบางคน
สำหรับนายนี่คงเป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกันสินะคาเมะ.....จริงๆแล้วมันก็เป็นครั้งแรกสำหรับฉันเหมือนกัน...ครั้งแรกที่นายเห็นฉันอยู่ในสายตา....
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
ไง.. slave boy วันนี้ไม่มีเรียนรึไงห๊ะ มือใหญ่วางลงทักทายไม่เบานักบนไหล่บางแต่คนถูกทักกลับหน้าขึงราวกับเจ็บนักหนากับสัมผัสนั้น ไอ้ที่ว่าเจ็บน่ะถูก...แต่มันไม่ได้เจ็บตรงที่ถูกตีหรอก....แต่มันเจ็บที่ใจต่างหาก!!!
ตั้งแต่วันที่เล่นสลาฟแล้วมีเดิมพันด้วยกฎบ้าๆวันนั้น เพราะคาเมะทำตามบทลงโทษของการเป็นสลาฟไม่สำเร็จเขาจึงถูกยูอิจิตอกย้ำด้วยชื่อนี้มาตลอดและไม่ว่าจะได้ยินทีไรมันก็ทำเอาเลือดในกายของคนตัวเล็กเดือดพล่านทุกที!!
เมื่อไหร่นายจะเลิกเรียกฉันอย่างนี้สักทียูอิจิ เสียงหวานเจือแววโหดอยู่หางเสียง หากทำได้ ตอนนี้คาเมะคงได้เดินเข้าไปดีดจมูกโตๆที่มันคงเป็นที่กักเก็บความกวนประสาทของเพื่อนเอาไว้มันถึงได้โตขนาดนั้น บางทีถ้ายูอิจิเลิกนิสัยกวนๆได้จมูกของหมอนี่คงจะเล็กลงไปเยอะทีเดียว
คนที่ยังไม่หลุดพ้นจากฐานะทาสอย่างนายมีสิทธิ์มาพูดกับคนที่เป็นคิงอย่างฉันแบบนี้ด้วยเหรอคาเมะ ร่างโปร่งหยักยิ้มอย่างเป็นต่อเมื่อคำพูดของตัวเองทำเอาน้องคนเล็กในกลุ่มได้แต่อ้าปากพะงาบๆอย่างเถียงไม่ออก
คาเมะได้แต่ถลึงตาใส่ใบหน้ากวนๆที่ดูสะใจเหลือเกินที่ทำให้เขาหมดหนทางต่อสู้ แน่นอนว่าคนที่มีแต่คนเอาใจมาตลอดแบบคาเมะสิ่งที่ทำให้ขัดเคืองที่สุดก็คือการโดนขัดใจ.....แต่สิ่งที่ยอมไม่ได้ยิ่งกว่านั้นก็คือการโดนดูถูก...โดยเฉพาะจากเพื่อนจอมกวนที่คอยจะหาเรื่องเขาตลอดเวลาอย่างยูอิจิ !!.....ไอ้จมูกโตนั่น!!! ให้ตายก็ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของคนๆนี้เด็ดขาด !!!
ได้ยูอิจิ!!! ฉันจะทำตามบทลงโทษของนาย แล้วหลังจากนั้นนายจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันแบบนี้อีก!!! เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดเขวี้ยงค้อนใส่ซะจนคนที่ยืนฟังแบบไม่รู้เรื่องว่าเพื่อนคุยอะไรกันอย่างโคคิยังโดนหางเลขไปด้วย
เรือนกายบอบบางพาตัวเองออกมาจากวงสนทนาด้วยความเร็วสูง ขาเรียวก้าวฉับๆราวกับถ้าอยู่ตรงนี้อีกเพียงวินาทีคงมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น และเพียงไม่นานร่างบอบบางนั้นก็หายไปจากสายตาสองคู่ที่มองตามเพื่อนตัวเล็กที่อารมณ์ร้อนเกินใคร
ทำไมคาเมะต้องโกรธขนาดนั้นวะ แล้วเมื่อกี้พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน บทลงโทษอะไรวะฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย โคคิเกาหัวแกรกๆด้วยความงง ไอ้อาการเถียงกันจะเป็นจะตายของยูอิจิกับคาเมะน่ะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เขาไม่เคยเห็นครั้งไหนที่คาเมะดูจะโกรธเกรี้ยวเท่าครั้งนี้เลย
ไม่รู้เรื่องน่ะถูกแล้ว ถ้าแกรู้เรื่องน่ะสิแปลก ดันเสือกเมาหลับก่อนเพื่อนทุกที อย่างแกน่ะปล่อยให้ไม่ต้องรู้อะไรเลยน่ะสมควรแล้ว ยูอิจิเหล่มองคุณชายคออ่อนข้างๆก่อนจะชิงกัดเพื่อนทันทีที่มีโอกาส
อะไรว๊า...ฉันผิดรึไงที่คอฉันมันบางไม่ด้านหนาทนทานฤทธิ์แอลกอฮอล์แบบแกอ่ะ โคคิค้อนมองอย่างงอนๆจนยูอิจิต้องรีบหันหนีเพราะทนดูไม่ได้ ถ้าเวลางอนแล้วหน้าตาน่ารักแบบคาเมะมันก็น่าแกล้งน่ายุอยู่หรอกนะ แต่หน้าโหดแบบหมอนี่คงไม่ไหว -_-
ยูอิจิชำเลืองมองคุณหนูที่หน้าเหมือนยากูซ่าที่ยังคงทำหน้าเชิดไม่หายก็ต้องใจอ่อน
.....เล่าให้ฟังก็ได้วะ แต่ที่เล่านี่เพราะฉันทนมองหน้าตาแบบนั้นของแกไม่ไหวหรอกนะไอ้คิ......
เออๆ เล่าก็ได้ เรื่องมันเป็นแบบนี้..........
......................................................
..............................
ร่างที่ก้าวเร็วผ่านหมู่คนมากมายเนื่องจากเป็นเวลาเปลี่ยนคาบเรียน แต่ท่ามกลางฝูงคนที่กวักไขว่กลับเกิดช่องว่างเป็นทางตามการก้าวเดินของคนตัวเล็กหน้าหวานที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนแต่ขณะเดียวกันชื่อเสียงเรื่องอารมณ์ร้อนแรงที่เวลาโกรธก็ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนก็ทำเอาเวลาที่หน้าสวยหวานเพียงแค่เริ่มขมวดคิ้วก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้ว แล้วดูวันนี้สิ...ทั้งคิ้วที่แทบจะผูกโบว์ได้....ทั้งริมฝีปากบางที่กัดเม้มจนแค่เห็นก็นึกเจ็บแทนแล้ว...แล้วยังเรียวตาสวยที่ราวกับมีกองไฟสุมอยู่นั่นอีก...มาซะฟูลออบชั่นขนาดนี้อย่าว่าแต่หลีกทางให้เลย ขนาดจะมองให้เต็มตายังไม่มีใครกล้าสักคน...-*-
ทั้งที่กำลังตกเป็นที่สนใจของคนค่อนมหาลัยแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกสักนิด ในหัวได้แต่วนเวียนไปด้วยคำพูดเยาะเย้ยของยูอิจิที่ยิ่งคิดก็ยิ่งลดระยะห่างของคิ้วเรียวสวยให้ลดน้อยลงทุกทีๆ
คาเมะก้าวตามทางเดินที่ทอดยาวไปเรื่อยๆทั้งที่ไม่มีจุดหมาย และเมื่ออารมณ์เดือดดาลเริ่มลดลงเรียวตาสีน้ำตาลอ่อนถึงได้นึกอยากกวาดมองสิ่งรอบตัวขึ้นมาบ้าง คาเมะเรียนอยู่คณะสังคมศาสตร์แน่นอนว่าคณะที่ไม่มีวิชาเรียนเหมือนกันสักตัวอย่างคณะวิศวะที่เขากำลังยืนอยู่ตอนนี้ทำให้ร่างบางแทบจะไม่เคยอย่างกรายเข้ามาในบริเวณนี้เลย เรียวตาสวยกวาดมองไปทั่วกับสถานที่แปลกตาที่ตัวเองยังไม่เคยมาเยือน สีเขียวของต้นไม้ตรงมุมตึกที่ปลอดคนดึงดูดให้ต้องก้าวไปหาหวังให้ความสดชื่นของธรรมชาติได้ซึมผ่านลดความใจร้อนในตัวเขาได้บ้าง
ลมเย็นเอื่อยพัดพาให้ผมนุ่มปลิวเบาๆระหน้าผากมนให้รู้สึกจั๊กจี้จนต้องเผยยิ้มอ่อนๆออกมา พอใจเย็นลงคาเมะก็เริ่มที่จะคิดอะไรๆได้โดยไม่เอาอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ที่จริงหากเขาทำเฉยๆซะไม่เต้นไปตามคำพูดยุแหย่ของยูอิจิ วันนึงหมอนั่นก็คงเบื่อเลิกเรียกเขาแบบนั้นไปเอง คิดได้แบบนั้นรอยยิ้มสวยก็ผุดขึ้นเป็นครั้งแรกของรอบวัน ร่างบอบบางเตรียมจะหันกลับเมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วแต่เสียงกีต้าร์ที่ลอยมาตามลมให้ได้ยินเบาๆก็ทำให้ขาเรียวหยุดชะงัก ท่วงทำนองไพเราะแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าทำให้นึกอยากเห็นเจ้าของบทเพลงที่ดังแผ่วนี้เหลือเกิน
คาเมะเดินตามเสียงเพลงไปเรื่อยๆและไม่นานนักร่างบางก็พบว่าเจ้าของบทเพลงนั้นเป็นชายหนุ่มที่เพิ่งจะข้ามพ้นคำว่าคนแปลกหน้าสำหรับเขามาได้ไม่กี่วัน
ร่างสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้หินตัวหนึ่งที่ตั้งล้อมรอบโต๊ะกลมซึ่งอยู่ตรงกลาง ขายาวไพล่ไขว่ห้างพักวางกีต้าร์โปร่งไว้บนหน้าขา นิ้วเรียวยาวดีดลงบนเส้นสายที่แยกโน้ตเสียงอย่างพลิ้วไหว สายตาคมไล่ตามนิ้วมืออีกข้างที่กดสาย กีต้าร์ตามคอร์ดเพลงเอาไว้แต่ขณะเดียวกันสายตาคู่นั้นก็ดูทอดยาวไปไกลกว่านิ้วของตัวเองที่ห่างไม่ถึงฟุต
....ทอดยาวออกไปราวกับกำลังพร่ำหาสิ่งที่อยู่แสนไกลเหลือเกิน..
ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มทอแววปวดร้าวออกมาอย่างชัดเจน และไอความโศกเศร้านั้นก็ตรึงให้คาเมะขยับไปไหนไม่ได้ราวกับถูกมนตร์สะกด เรียวตาสวยผูกติดอยู่กับร่างสูงที่ยังคงบรรเลงบทเพลงแสนเศร้าอย่างต่อเนื่อง
....ทำไมถึงได้ทำหน้าเจ็บปวดขนาดนั้นนะ....
โอ๊ย!! จู่ๆร่างของคนที่ยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ก็กระเด้งออกมาจากที่ซ่อนเมื่อมดตัวจ้อยที่โดนบุกรุกดินแดนลุกขึ้นมาปกป้องรังของตัวเองซะจนคนที่เดินตามเสียงเพลงมาอย่างใจลอยไม่ดูที่ดูทางให้ดีต้องร้องออกมาเสียงหลง
จินเงยหน้าแทบจะทันทีเมื่อได้ยินเสียงคนแปลกหน้าที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเขา แต่พอเห็นว่าเจ้าของเสียงแหบแหลมที่ร้องลั่นเมื่อครู่เป็นใครเรียวตาคมก็เบิกกว้างราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าภาพที่เห็นจะเป็นเรื่องจริง
คาเมะ ชายหนุ่มหลุดชื่อคนตัวเล็กด้วยเสียงเบาหวิวราวกับยังแยกไม่ออกว่าเขาไม่ได้อยู่ในโลกของความฝัน
ร่างบางที่ถูกจับได้ว่ามาแอบด้อมๆมองๆได้แต่ทำหน้าเจื่อนไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอธิบายกับเรื่องที่มีหลักฐานมัดตัวซะขนาดนี้ .....ก็คนทั่วไปที่ไหนเขาจะมายืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้ให้มดกัดเล่นอย่างที่เขากำลังทำอยู่กันเล่า!!..... แต่พอได้ยินชื่อของตัวเองหลุดออกจากปากของร่างสูงคาเมะก็ได้แต่ขมวดคิ้วงงๆว่าเขาเคยบอกชื่อตัวเองกับจิน ด้วยงั้นเหรอ แต่พอคิดดูดีๆจินก็ทำเหมือนรู้จักเขาตั้งแต่ตอนครั้งแรกที่เจอกันแล้ว
ที่แท้ก็อยู่มหาลัยเดียวกันนี่เอง มิน่านายถึงทำท่าเหมือนรู้จักฉัน คาเมะยิ้มให้เมื่อไขข้อข้องใจของตัวเองได้ ลืมซะสนิทว่าเมื่อกี้เขายังตกอยู่ในฐานะจำเลยข้อหาแอบลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
อะ...อืม จินเพียงตอบรับสั้นๆด้วยเสียงในลำคอก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับกีต้าร์ตัวเดิม
ท่าทางของจินทำเอาคาเมะต้องยกคิ้วสูงกับนิสัยประหยัดคำพูดที่เขารู้สึกได้ตั้งแต่วันนั้น แต่แทนที่จะเดินออกห่างเมื่อได้การต้อนรับที่ไม่น่าประทับใจเอาซะเลยจากเจ้าบ้านร่างบางกลับเลือกที่จะเดินเข้าไปหา คาเมะนั่งลงบนเก้าอี้หินตัวถัดจากจินก่อนจะวางศอกลงบนโต๊ะท้าวคางรอชมการแสดงดนตรีที่มีเพียงเจ้าของใบหน้าคมนี้เป็นเจ้าของเวทีเพียงผู้เดียว
แต่จนแล้วจนเล่าเสียงบรรเลงบทเพลงที่รอฟังก็ยังไม่ดังขึ้น นิ้วเรียวยาวของจินยังคงเคลื่อนไหวจับกดสายหยาบของเครื่องดีดสีขรึมขยับกดสายนั้นสายนี้ตามคอร์ดเพลง แต่อีกมือที่มีหน้าที่ดีดลงไปบนเส้นสายให้เกิดเสียงกลับวางแนบอยู่อย่างนั้นราวกับแกล้งคนที่นั่งรอฟังอยู่ข้างๆ
คาเมะนั่งนิ่งมองคนที่ยังคงทำท่าเหมือนตั้งใจจะกวนประสาทเขา ถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นยูอิจิร่างบางคงได้โวยวายหาเรื่องต่อว่าไปแล้ว แต่กับจิน....เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำไม่ได้ต้องการที่จะกวนใส่เขาแต่อย่างใด และยิ่งบวกกับนิสัยพูดน้อยของจินด้วยแล้วถ้ารำคาญหรือไม่ชอบใจร่างสูงคงเลือกที่จะลุกหนีไปเลยมากกว่า แต่การที่จินยังคงนั่งอยู่ตรงนี้...ถึงจะไม่ได้ทำตามใจเขาแต่คาเมะกลับรู้สึกว่าการได้อยู่ใกล้ร่างสูงมันทำให้รู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่ออีกคนไม่คิดจะเล่นมือเรียวขาวจึงอาสาเสียเอง ร่างบางยื่นมือเข้าไปดีดไล่สายตั้งแต่เส้นบนลงล่างเกิดเป็นเสียงจากการสั่นของสายกีต้าร์ แต่ชั่วเวลาเพียงนิดที่มือเล็กเลื่อนสัมผัสถูกมือหนาของจินคาเมะกลับรู้สึกว่ามืออุ่นร้อนของร่างสูงนั้นมันสั่นเสียยิ่งกว่าสายกีต้าร์ซะอีก
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีคาเมะก็ยื่นทั้งสองมือเข้าประกบมือใหญ่ของร่างสูงเอาไว้ซะแล้ว และยิ่งทำแบบนั้นแรงสั่นเทาในฝ่ามือของร่างบางก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
มือนายสั่นอย่างนี้นี่เองมิน่าถึงไม่ยอมเล่นเพลงให้ฉันฟังสักที คำพูดของร่างบางทำเอาคนที่เอาแต่ก้มหน้ามองจ้องไม่ไกลไปกว่ากีต้าร์บนตักตัวเองต้องเงยขึ้นสบนัยน์ตาหวาน และเรียวตาคมที่ส่งบางความรู้สึกผ่านมาด้วยนั้นก็ทำเอาคาเมะรู้สึกเหมือนอาการสั่นของจินมันกำลังลามมาติดเขาและยิ่งไปกว่านั้นมันลุกลามเร็วซะจนวิ่งเข้าไปถึงหัวใจของเขาซะแล้ว
ทำไมมือนายถึงสั่นล่ะ คำถามนี้คาเมะทวงขอคำตอบจากจิน และหากเพียงร่างสูงจะไขความขับข้องใจให้ เขาเองจะได้ๆคำตอบอาการใจสั่นของตัวเองที่มันเกิดขึ้นเพราะจินเหมือนกัน
ที่มือนายสั่นขนาดนี้เพราะฉันรึปล่าว มือเรียวเล็กของคาเมะยังคงประคองแน่นอยู่ที่มือของร่างสูง แม้จินจะยังคงไม่ยอมตอบคำถามใดๆแต่ดวงตาสีดำสนิทนั้นกำลังฉายชัดถึงความรู้สึกที่กักเก็บไว้กับตัวมาเนิ่นนาน
แต่ถึงจะรับรู้ได้ผ่านทางสายตาแต่ดูเหมือนคนที่ถูกตามใจซะจนเคยจะยังไม่พอใจ คาเมะกำลังต้องการมากกว่านี้...คำบางคำที่เขาอยากได้ยินมันผ่านเสียงทุ้มของคนหวงคำพูดคนนี้เหลือเกิน มือเล็กยกฝ่ามือใหญ่ให้เลื่อนมาสัมผัสแนบลงตรงหัวใจที่กำลังสั่นไหวไม่แพ้มือของจินก่อนจะเอ่ยอ้อนขอคำตอบด้วยเสียงที่หวานเกินใคร
ที่มือนายสั่นมันเป็นเพราะฉัน.....เหมือนที่หัวใจของฉันมันสั่นเพราะนายรึปล่าว ตอนนี้ไม่เพียงแค่จินเท่านั้นแต่คาเมะเองก็รู้สึกว่ามือของเขาก็เริ่มสั่นเทาเพราะสายตาของร่างสูง ดวงตาดำสนิทที่เคยสื่อคำว่ารักตอนนี้มันกำลังเจือความรู้สึกบางอย่างที่เรียกเลือดฝาดให้ฉาบทั้งสองแก้มใสทันที
จินใช้มือข้างที่ไร้พันธนาการจับมือข้างหนึ่งของคาเมะที่เคยกดแนบฝ่ามือเขาไว้ให้มาวางไว้ตำแหน่งหัวใจของเขาแบบเดียวกับที่ร่างบางทำ และเพียงแค่แนบลงบนแผ่นอกกว้างคาเมะก็รับรู้ได้ทันทีถึงจังหวะเต้นถี่ของสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน....จังหวะการเต้นที่ถี่กระชั้นไม่ต่างจากเขาเลย......
มือใหญ่ทั้งสองข้างของจินสอดประสานเข้าหว่างนิ้วเรียวของฝ่ามือเล็กก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ริมฝีปากอิ่มประทับเบาๆลงบนมือขาวสั่นคลอนให้ใจดวงน้อยยิ่งวูบไหว
นายอยากได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้รึปล่าวล่ะ จินส่งสายตาสื่อความนัยในคำพูดไปให้ซะจนคาเมะได้แต่นึกค่อนขอดตัวเองในใจไม่คิดว่าคนพูดน้อยอย่างจินพอพูดทีก็ทำเอาซะเขาไปไม่เป็นเหมือนกัน
ร่างบางก้มหน้างุดเมื่อรู้ว่าสิ่งที่จินพูดหมายถึงอะไร ใบหน้าหวานยิ่งเพิ่มสีเรื่อซะจนแดงไปถึงใบหูนิ่ม จินเห็นท่าทางน่ารักไร้เดียงสาก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ความรักของเขาที่ถูกบ่มเพาะมาแรมปีกำลังสร้างความอึดอัดให้คนที่เขารัก เพราะไม่เคยคิดว่าจะได้รักตอบ......แต่พอสมหวังความรู้สึกทุกอย่างที่สะสมมันจึงประทุออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สิ่งที่เขาต้องการมาตลอดคือความรู้สึกรักจากคาเมะ แต่หากความผูกพันลึกซึ้งที่เขากำลังเรียกร้องอยู่นี้มันไม่ได้เกิดจากความยินยอมพร้อมใจแล้วมันจะเรียกว่ารักได้งั้นเหรอ....
อย่ากังวลไปเลย....ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองน่ะ จินกระชับมือเล็กที่เขายังจับเอาไว้เบาๆราวกับปลอบขวัญให้คนที่ทำตัวไม่ถูก
คาเมะเงยหน้าที่ก้มงุดจนแทบจะติดพื้นขึ้นมาช้าๆ ใบหน้าหวานยังคงแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เรียวตาหวานที่ส่งมายังสั่นระริกแต่เพียงแว่บก็กลับเป็นแววตาแสนงอนยามโดนขัดใจ ริมฝีปากสีสวยสั่นน้อยๆแต่เจ้าตัวก็ยังคงสั่งให้มันขยับสื่อคำพูดให้อีกคนอยู่ดี
จะคืนคำรึไง !!....ฉันยังไม่ได้คำตอบจากนายซักคำ เพราะงั้น....ฉันต้องการคำตอบที่ชัดเจน เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายราวกับจะเอาเรื่องคนสับปลับขัดกับหน้าขาวใสที่แดงซ่านซะจนไม่เหลือที่ให้สีเรื่อได้แต่งแต้มลงไปเพิ่มอีก คาเมะบีบมืออีกคนแน่นเหมือนต้องการให้เจ็บแต่จริงๆแล้วร่างบางกำลังระบายความประหม่าในสิ่งที่เหมือนตัวเองเป็นฝ่ายเรียกร้องเองต่างหาก
เมื่อพูดออกมาแล้วก็ห้ามคืนคำ..........เพราะฉัน....ก็จะไม่คืนคำเหมือนกัน
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
ในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีที่ไร้สีสัน ใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความขวยเขินจึงเป็นสีสันเดียวที่แต่งแต้มให้ห้อง กว้างดูน่าภิรมย์ ดวงหน้าหวานซุกหลบเข้ากับอกกว้างเมื่อสายตาของจินกำลังมองโลมเล้าไปทั้งตัว ทั้งๆที่ยังคงมีเสื้อผ้าอยู่ครบทั้งๆที่มืออุ่นร้อนนั้นยังไม่ได้แตะต้องสัมผัสส่วนใดแต่เพียงแค่สายตาคมของร่างสูงก็ทำเอาคาเมะแทบจะยืนไม่อยู่
จินก้มมองเรียวหน้าที่พยายามเหลือเกินที่จะซ่อนให้พ้นสายตาของเขา ยิ่งเห็นรอยความอายสีเข้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าน่ารักความร้อนรุ่มในกายก็ยิ่งลุกฮือราวกับกองไฟที่ถูกกระพือพัด มือใหญ่เลื่อนจับเชยคางมนให้แหงนเงยแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็ยังซุกซนเสมองทางอื่นไม่ยอมสบนัยน์ตาคมอยู่ดี จินส่งนิ้วหัวแม่มือสัมผัสลงเบาๆบนเรียวปากนุ่มที่กำลังสั่นระริก นิ้วใหญ่นวดคลึงไปทั่วเรียวปากสีสวยจนมันเริ่มเผยอตอบรับสัมผัสที่อ่อนโยน คาเมะยอมหันมาสบตาร่างสูงเมื่อรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนที่จินมีให้ แต่เพียงแค่เห็นแววตาของจินหัวใจก็ยิ่งเต้นถี่กระชั้นซะจนคิดอะไรไม่ออก รับรู้ได้แต่เพียงสัมผัสจากมืออุ่นร้อนของร่างสูงเท่านั้น
มือใหญ่เลื่อนสัมผัสไปตามผิวแก้มร้อนเรื่อยลงมายังต้นคอระหงก่อนจะแทรกผ่านกลุ่มผมสีอ่อนไปยังท้ายทอยขาวกดชักนำเบาๆให้เรียวหน้าหวานเคลื่อนเข้ามาใกล้ คาเมะค่อยๆหรี่เปลือกตาลงช้าๆและเพียงวินาทีที่เข้าสู่ความมืดเรียวปากบางที่รอรับสัมผัสก็ถูกเติมเต็มด้วยความหวานล้ำที่จินมอบให้ทันที กลีบปากนุ่มถูกชักพาให้ตอบรับแรงดูดดึงจนเรียวปากสีอ่อนอวบตึงแดงเข้มจากแรงขบเม้มที่พาให้ปั่นป่วนในช่องท้อง คาเมะเผยอเรียวปากอิ่มตึงรับอากาศแต่กลับเป็นการเปิดช่องทางให้ลิ้นหนาได้มีโอกาสเข้าไปทักทายลิ้นเล็กที่ดูเงอะงะไร้เดียงสาเหลือเกิน
ในขณะที่โพรงปากร้อนกำลังโดนลุกล้ำจินก็ไม่ปล่อยให้ผิวกายขาวละเอียดของร่างในอ้อมกอดต้องอ้างว้าง มือใหญ่สอดเข้าใต้เชิ้ตสีอ่อนลากผ่านตามเอวคอดขึ้นไปจนถึงปุ่มแข็งที่ชูชันขึ้นรับสัมผัสทันทีที่ถูกเรียวนิ้วยาวบดคลึง
อ๊ะ...อือ..อื้อ.. เสียงหวานได้แต่ครึมครางในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนของร่างสูงยังคงไม่ปล่อยให้เป็นอิสระ
แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงหายใจที่หอบกระชั้นจินจึงยินยอมปล่อยกลีบปากที่แดงฉ่ำเพราะฝีมือของเขาเอง ร่างสูงไล้ริมฝีปากเก็บความหอมหวานจากผิวเนื้อเนียนไปจนถึงใบหูขาวก่อนจะกระซิบเบาๆด้วยเสียงที่พร่าแหบจากแรงอารมณ์ที่คนตัวเล็กกระตุ้นเร้าเขาโดยไม่รู้ตัว
เป็นของฉันนะ..คาเมะ
คนที่ยังหอบถี่หน้าแดงแจ๋ มือเล็กกำขยำอกเสื้อของจินที่ใช้เป็นที่พักพิงจนยับย่น แต่เพียงครู่หน้าหวานที่ซุกอยู่ก็เงยขึ้นช้อนมองด้วยแววตาน่ารักกระตุกใจของร่างสูงอย่างที่สุด
ก็บอกแล้วไงว่าจะฟังคำตอบที่ชัดเจน อย่าถามมากได้ไหม.......จะบอกอะไรก็รีบๆบอกสิ พูดจบหน้าหวานก็รีบก้มงุดเข้ากับอกกว้างอีกครั้ง มือเล็กกำขยำเสื้อของจินแน่นยิ่งกว่าเดิมยึดคนตัวสูงเอาไว้ราวกับจะยืนยันคำพูดของตัวเอง
จินอมยิ้มในความน่ารักของคาเมะ จมูกโด่งก้มลงดอมดมความหอมของผมนุ่มอย่างเอ็นดูก่อนจะกอดตอบคนตัวเล็กที่ซุกอยู่กับอกของเขา
อื้อ...จะตอบให้กระจ่างที่สุดเลย
....
.......
บนเตียงกว้างที่ถูกปูด้วยผ้าลื่นเนื้อเย็นสีเข้ม....หากเป็นเมื่อชั่วโมงที่แล้วมันคงยังอยู่ในสภาพที่ถูกดึงซะเรียบตึงจนน่าชมเชยคุณแม่บ้าน แต่ในตอนนี้ผ้าสีเข้มกลับยับย่นเพราะสองร่างที่กำลังถ่ายทอดความรู้สึกแก่กัน มือเรียวเล็กของร่างข้างใต้กอบกำผ้าลื่นแน่นเมื่อแรงโหมทับของร่างสูงร้อนแรงขึ้นทุกที ความร้อนระอุจากรอยสัมผัสผ่านผิวเนื้อแม้แต่ความลื่นเย็นของเนื้อผ้าก็ไม่อาจช่วยลดผ่อนได้ เสียงหวานหอบครางตอบรับจังหวะร้อนแรงที่จินหยิบยื่นให้ ใบหน้าแดงซ่านที่เต็มไปด้วยหยดเหงื่อแหงนสะบัดเมื่ออารมณ์ร้อนพาให้เข้าใกล้ถึงฝั่งเต็มที
อึ๊..จิน..จะ..จะไม่ไหวแล้ว.. คาเมะพยายามกลั่นคำพูดอย่างลำบากเมื่อทุกการดุนดันของร่างสูงมันคอยแต่จะเรียกเสียงครวญครางจากเขา
อื้อ...คาเมะ.. จินครึมครางตอบก่อนจะยิ่งเร่งจังหวะรักให้ถี่กระชั้นขึ้นเมื่อเขาเองก็แทบทนรอเวลาแห่งความสุขนั้นไม่ไหวอีกแล้ว
และเพียงเคลื่อนไหวอีกไม่กี่ครั้งทั้งสองร่างก็กระตุกสั่นถึงฝั่งแห่งความสุขที่ร่วมกันสร้างสองคน
อ๊ะ...อ๊าาา...จินนน
" อึ๊...ฮ่าา...คาซึยะ...ฉันรักนาย
คาเมะหอบหนักทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มเมื่อความร้อนแรงเมื่อครู่ทำเอาแทบหมดแรง แต่ถึงจะหูอื้อตาลายยังไงคำบอกรักจากร่างสูงก็ดังก้องให้หัวใจได้สั่นไหวอยู่ดี รอยยิ้มอย่างสุขใจแต่งแต้มให้ใบหน้าที่แดงเรื่อจากอารมณ์รักยิ่งน่าหลงใหลเหลือเกิน
ฉันรักนาย..คาซึยะ ได้ยินรึปล่าว.. จินขยับเข้าใกล้ไม่ยอมห่างเรือนร่างหอมหวาน มือหนาลูบผมที่ชื้นเหงื่อของคาเมะที่ลู่แนบใบหน้าส่งให้หน้าหวานยิ่งดูเรียวเล็กกว่าเดิมอย่างอ่อนโยน มืออีกข้างก็กระชับเอวบางเอาไว้ราวกับจะไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กให้ห่างไปไหนอีกแล้ว
คาเมะอมยิ้มอย่างเปี่ยมสุข พยักหน้าน้อยๆตอบคำถามคนอ่อนโยน แต่เพียงไม่นานเปลือกตาบางก็ค่อยๆหรี่ปิดลงช้าๆเมื่อความอ่อนล้าเข้าครอบงำ และลมหายใจที่สม่ำเสมอก็ทำให้จินรู้ว่าคนรักของเขาเข้าสู่ห้วงนิทราซะแล้ว
จินยิ้มอย่างมีความสุข เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้...วันที่จะมีคาเมะอยู่ในอ้อมกอดของเขา จินขยับตัวเข้าหากระชับอีกคนเข้ามากอดไว้อย่างแสนรักมอบความอบอุ่นผ่านเนื้อกายโอบอุ้มคนที่เขารักให้หลับฝันดีตลอดคืน
ฝันดีนะคาซึยะ...พอนายตื่นมาฉันจะบอกให้นายฟังอีกครั้งว่าฉันรักนายเหลือเกิน
แสงแดดจ้าที่ส่องผ่านม่านหนักแม้จะไม่มากพอจะปลุกคนขี้เซาได้ แต่ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากพระอาทิตย์ยามใกล้เที่ยงบวกกับอ้อมกอดที่รัดรอบซะจนสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากเนื้อตัวของคนข้างๆก็พาให้เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนต้องเปิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คาเมะกระพริบตาถี่มองเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคยซะเลย แต่พอเรียกสติมาได้ครบเรียวหน้าขาวใสก็ต้องแดงซ่านเมื่อภาพเมื่อวานเริ่มชัดเจนขึ้นในหัว อีกทั้งแขนหนักที่พาดผ่านเอวบางที่ยังคงเปลือยเปล่าก็ยิ่งเรียกเลือดร้อนให้วิ่งแล่นมาจุกอยู่บนหน้าหวานทันที
คาเมะขยับตัวอย่างเบาที่สุดค่อยๆยกวงแขนที่กักกั้นตัวเองออกแต่เพียงจะยันตัวลุกขึ้นความปวดร้าวที่วิ่งแล่นอยู่ตามสะโพกก็ยิ่งตอกย้ำความใจกล้าของตัวเองให้ยิ่งอยากหายตัวไปซะจริงๆ ยิ่งนึกไปถึงตอนที่ตัวเองเร่งเร้าร้องขอให้จินทำรุนแรงกับเขามากขึ้นร่างบางก็ยิ่งอยากจะเอาหน้าซุกดินหนีไม่อยากจะเห็นหน้าคนที่ทำเอาเขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง
คาเมะลุกขึ้นหยิบเอาเสื้อคลุมสีเข้มของจินมาคลุมไว้ก่อนจะเดินออกมาหาน้ำกินในครัว เรียวตาสวยกวาดมองหาแก้วน้ำแต่ก็เหลือบไปเห็นช่องใส่ตะเกียบที่อยู่ไม่ไกลนัก ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ มือขาวรีบเอื้อมไปหยิบตะเกียบออกมาหนึ่งคู่จากช่องใส่ ร่างบางมองของในมืออย่างหมายมาด ถึงจะทำใจได้แล้วเรื่องที่ต้องโดนยูอิจิถากถางแต่พอเจอหนทางที่จะทำให้เพื่อนตัวแสบถึงคราวที่ต้องยอมจำนนบ้างเขาก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสทองในมือให้ผ่านเลยไปแน่นอน
.....ถึงแม้ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้แต่ก็ถือเป็นผลพลอยได้ล่ะน๊ะ.....
คนตัวเล็กยกยิ้มอย่างสะใจแค่นึกถึงหน้าตาจ๋อยๆของยูอิจิ แต่พอเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่ผนังก็แทบจะเหาะไปหากองเสื้อผ้าของตัวเองทีเดียว
ตายล่ะสายขนาดนี้แล้ว....ขืนขาดคาบของทามามูระอีกครั้งได้ตายแน่ ปากบางพร่ำพูดอย่างร้อนรนรีบแต่งตัวทันที
แต่ถึงจะรีบยังไงเวลาที่เหลือน้อยนิดก็ยังคงถูกกักตุนไว้ให้อีกคนที่อยู่ในห้องอยู่ดี ร่างบอบบางเดินเข้าหากดจูบเบาๆตรงแก้มของคนที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง
ฉันไปก่อนนะจิน คาเมะอมยิ้มหน้าแดงเรื่อเมื่อเห็นคนตัวโตตอบรับด้วยการกระชับกอดหมอนนุ่มข้างกายเข้าหาตัว อยากจะอยู่รอจนร่างสูงตื่นอยู่หรอกแต่คงไม่ได้แล้ว คาเมะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมามองอีกครั้งแล้วก็ต้องหน้าเบ้เมื่อเวลาที่เขาใช้ล่ำลาจินมันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ขาเรียวรีบก้าวออกจากห้องหรูโดยไม่ลืมของสำคัญในการปลดแอกตัวเองจากฐานะทาส แค่คิดก็แทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ได้แล้ว.....คนตัวเล็กแย้มยิ้มอย่างมีความสุขแต่เรื่องที่ทำให้รอยยิ้มของคาเมะสวยที่สุดนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องของคนที่เพิ่งแย่งชิงหัวใจของเขาไป...
แล้วฉันจะกลับมาบอก....ว่าฉันก็รักนายเหมือนกันจิน
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
ในห้องเลคเชอร์ของมหาลัย ร่างที่กระหืดกระหอบมาด้วยสภาพที่ผิดแผกไปจากทุกวันทำเอาเพื่อนในกลุ่มต้องขมวดคิ้วในความผิดปกติของร่างบาง คาเมะวางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวลงตามไปเมื่อตลอดทางเขารีบซะจนแทบจะลืมหายใจ
ไง..มาซะเฉียดฉิวเลยนะ slave boy ไม่ต้องเงยหน้ามามองแค่ฟังจากคำพูดก็รู้ว่าเจ้าของเสียงที่ร้องทักราวกับหวังดีนี้เป็นใคร อยากจะควักเอาตะเกียบเจ้ากรรมมาเสียบจมูกโตๆนัก แต่ตอนนี้คาเมะยังไม่มีแรงจะตอบโต้คนปากดีนี่เลย
ไอ้ยู..แกก็..ไมชอบแหย่คาเมะนักวะ ว่าแต่คาเมะชุดที่นายใส่มันชุดเดียวกับเมื่อวานไม่ใช่เหรอ เหมือนจะช่วยในตอนแรก แต่พอได้ยินประโยคต่อมาของโคคิคาเมะก็อยากจะตบรางวัลให้ไอ้คนช่างสังเกตนี่จริงๆ
คนที่ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยได้แต่เบี่ยงหน้าหนีซ่อนรอยแดงเพราะโดนจับได้ ก่อนจะแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนเรื่องน่าอายของตัวเอง
จะบ้ารึไง...ชุดเดิมที่ไหน เมื่อวานมันเสื้อสีเขียวหรอกแต่นี่สีฟ้า นายจำผิดแล้วโคคิ คิ้วเรียวขมวดอย่างสมจริงแต่ถึงอย่างนั้นหน้าขาวใสก็ยังเจือสีแดงเรื่ออยู่ดี
งั้นเหรอ...นั่นสิ...สงสัยฉันจะจำผิดจริงๆ คุณชายคออ่อนแถมยังโอนอ่อนง่ายเกาหัวตัวเองงงๆ ทั้งๆที่แน่ใจว่าจำไม่ผิดแต่ท่าทางยืนยันหนักแน่นของคาเมะก็ทำเอาโคคิได้แต่พยักหน้ายอมรับผิดปลกๆ ผิดกับอีกคนที่อมยิ้มเจ้าเล่ห์มองสีหน้าตื่นปนเขินของร่างบางอย่างรู้ทัน
จริงสิ...เอาไปยูอิจิ ทีนี้นายก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่า slave boy อีก ฉันไม่ติดค้างอะไรนายอีกต่อไปแล้ว คาเมะยื่นตะเกียบที่ได้มาจากห้องจินด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะหวังจะเห็นหน้าจ๋อยสนิทให้หายแค้น แต่ยูอิจิกลับยิ้มอย่างพอใจราวกับดีใจนักหนาที่เขาทำสำเร็จทำเอาคาเมะต้องมุ่ยหน้าน้อยๆเมื่อไม่เป็นไปอย่างที่คิด
อะไร!! ยิ้มแบบนั้นคงคิดว่าตะเกียบนี่ไม่ได้มาจากห้องของจินสินะ คาเมะแหวใส่ คิ้วสวยยิ่งขมวดชี้ชนกันมากขึ้นเมื่อยูอิจิกลับยิ้มกว้างขึ้นไปอีก
นายยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงยู เหมือนสงครามกลางเมืองกำลังปะทุขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นคนรอบห้องกลับพากันหันหนีพยายามไม่มองไม่สนใจให้คนตัวเล็กหันมาแหวใส่ด้วยรู้กิตติศัพท์อันเลื่องชื่อของร่างบางดี
ยิ่งคาเมะโมโหยูอิจิกลับยิ่งชอบใจ ไม่ใช่ว่าอยากจะหาเรื่องแกล้งคนตัวเล็ก ที่เขายิ้มไม่ใช่เพราะไม่เชื่อว่าตะเกียบคู่นี้มันมาจากของห้องจิน...แต่ที่เขายิ้มก็เพราะว่าเชื่อต่างหาก ถึงคาเมะจะเป็นคนที่เกลียดการยอมแพ้แต่ก็ไม่ชอบชนะด้วยวิธีโกงเช่นกัน ดังนั้นไอ้เรื่องที่คาเมะจะไปเอาตะเกียบที่ไหนก็ไม่รู้มาให้น่ะไม่เคยอยู่ในสมองเขาเลย แต่การที่คาเมะเอาตะเกียบมาให้แถมยังเรียกไอ้จินว่า จิน แล้วยังไอ้เสื้อผ้าชุดเดิมกับเมื่อวานและหน้าแดงๆที่โดนเพื่อนจับได้นั่นอีก แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าไอ้รักข้างเดียวมาเป็นปีๆของไอ้จินคงจะสมหวังแล้ว
ฉันยิ้มไม่ได้เหรอไง เพื่อนสมหวังทั้งทีจะให้ร้องไห้งั้นเหรอ ยูอิจิยิ้มเจ้าเล่ห์มองคาเมะตั้งแต่หัวจรดเท้าให้รู้ว่าเขาไม่ได้ซื่อเหมือนโคคิที่จะเชื่อง่ายๆเรื่องชุดที่มันเหมือนเมื่อวานราวกับแกะนี่
ห้ามยิ้ม!! ใครสมหวังอะไร!!
อ้าว...ก็นายอุตส่าห์ทำตามบทลงโทษได้สำเร็จแบบนี้ไม่เรียกว่าสมหวังหรอกเหรอ อะไรกัน...ฉันจะแสดงความยินดีด้วยบ้างไม่ได้รึไง
คาเมะเม้มปากแน่นหมั่นไส้คนที่ทำหน้าเหมือนรู้ทุกอย่าง หน้าหวานแดงเรื่อเมื่อรู้ว่าคำพูดของยูอิจิมันกินความหมายลึกซึ้งกว่านั้น มือขาวตวัดกระเป๋าเป้บนโต๊ะอย่างเร็วก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่สนใจคาบเรียนที่อุตส่าห์รีบมาเข้าให้ทันอีกต่อไปแล้ว
ยูอิจิยิ้มอย่างชอบใจ รู้ดีว่าไอ้ท่าทางฟึดฟัดแบบนั้นก็แค่อยากซ่อนความอายที่โดยรู้ทันเท่านั้นแหละ ถึงเขากับคาเมะแทบจะไม่เคยคุยกันดีๆ แต่ก็อาจจะเพราะแบบนี้เขาถึงเข้าใจว่าท่าทางของร่างบางที่แสดงออกนี่มันหมายความว่าอะไร
อ้าว! แล้วนั่นคาเมะจะไปไหนวะ นี่พวกแกเถียงกันเรื่องไรวะเนี่ยฉันละไม่เข้าใจแกสองคนจริงๆ คุณชายโคคิ มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างงงๆ ไอ้คนที่โดนตอกกลับดันยิ้มหน้าระรื่น แต่ไอ้คนที่ทำตามข้อตกลงสำเร็จดันหน้าบึ้งหนีไปโน่น ตกลงผมโง่หรือพวกนี้มันบ้ากันแน่เนี่ย -*-
.........................................................
.................................
เนื้อผ้าเย็นลื่นที่สภาพไม่ได้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเนื่องจากตอนนี้บนเตียงกว้างยังคงมีร่างที่นอนเหยียดยาวกินพื้นที่กว่าครึ่งอยู่ แขนหนักยังคงวางพาดอยู่บนหมอนใบนิ่มที่ใครบางคนแอบสับเปลี่ยนให้แทนตัว มือหนาเปะป่ายไปทั่วเมื่อเริ่มรู้สึกตัวและสิ่งแรกที่คิดถึงก็คือร่างที่อยู่ในอ้อมกอดทั้งคืน จินค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าผิวนุ่มอุ่นของคนข้างกายที่กำลังสัมผัสมันไม่เหมือนเมื่อวานเอาซะเลย
คาซึยะ และทันทีที่เห็นว่าที่ตัวเองกำลังกอดอยู่นั้นไม่ใช่ร่างบอบบางของใครบางคน เสียงเข้มก็ร้องหาราวกับลูกนกที่เพิ่งฟักออกจากไข่เรียกหาสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งแรก
คาซึยะ ร่างสูงรีบผุดลุกขึ้นก่อนจะเดินหาซะทั่วห้องแต่ก็ไม่พบคนที่อยากจะเจอแม้แต่น้อย
จินรีบหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำอย่างเร็วเมื่อนึกได้ว่าวันนี้ร่างบางมีวิชาเรียน การตื่นมาแล้วไม่เห็นคนที่รักอยู่ข้างๆมันทำให้ร่างสูงรู้สึกไม่ดีนัก กลัวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันจะเป็นเพียงแค่ความฝัน กลัวว่าเสียงหวานที่ร้องเรียกชื่อเขามันจะเป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการขึ้นเอง กลัวว่ากายหอมกรุ่นนุ่มมือที่เขาได้ครอบครองนั้นจะเป็นเพียงแค่หมอกควันที่จางหาย.... และคนที่จะยืนยันกับเขาว่ามันเป็นเรื่องจริงได้ก็คงมีแต่คาเมะคนเดียวเท่านั้น......
ไม่นานจินก็มาถึงห้องเลคเชอร์ของคาเมะ เสียงของอาจารย์ยังดังก้องออกมาให้ได้ยินจนร่างสูงต้องยกนาฬิกาขึ้นมอง
อีก 5 นาที เสียงทุ้มพูดกับตัวเองเบาๆ จินนึกขำตัวเองไม่น้อยที่คนแบบเขาจะกลายเป็นคนใจร้อนจนแทบจะรอเวลาเพียงแค่ห้านาทีนี้ไม่ไหวแล้ว และเพียงไม่นานคาบเรียนที่ร่างสูงภาวนาให้มันจบๆซะทีก็สิ้นสุดลง จิน แทบอยากจะวิ่งเข้าไปในห้องให้รู้แล้วรู้รอดถ้าไม่ติดฝูงชนที่ออกันออกอยู่หน้าประตู สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงรอให้คนหน้าหวานออกมาอย่างใจจดใจจ่อเท่านั้น
อ้าว...ไอ้จิน ไมแกมาอยู่นี่วะ เสียงที่ทักราวกับอยากรู้คำตอบซะเหลือเกินแต่สีหน้าคนถามกลับกรุ้มกริ่มซะคนถูกถามอยากจะถองใส่ไอ้คนทำบื้อใบ้นี่จริงๆ
รู้แล้วยังจะถามอีก จินชักสีหน้าใส่ ถ้าเป็นตอนอื่นเขาคงมีอารมณ์มาเถียงสู้อยู่หรอก
คาเมะมันไม่ได้เข้าเรียน ยูอิจิตอบกั๊กๆแกล้ง แต่นั่นยิ่งทำให้คนไม่มั่นใจร้อนรนเข้าไปใหญ่
ไม่ได้เข้าเรียน....แล้วคาซึยะไปไหนล่ะ ถ้าทำได้จินคงเขย่าให้คำตอบมันหล่นออกมาจากปากยูอิจิแล้วถึงจะทันใจเขา เมื่อไอ้เพื่อนตัวแสบยังวางท่าคิดไม่ยอมตอบซะที ที่จริงยูอิจิก็อยากจะบอกอยู่หรอกแต่เกิดหมั่นไส้ไอ้สรรพนามที่ใช้เรียกกันนี่จริงๆ คนนึงก็จินคนนึงก็คาซึยะ ....หมั่นไส้โว๊ยย!! หวานกันเหลือเกิน.....
โคคิยืนมองชายหนุ่มที่ดูคุ้นหน้าอยู่สักพักก่อนจะร้องอ๋อเมื่อจับใจความได้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
อ๋อ...นายคือจินที่คาเมะพูดถึงสินะ
และเพียงแค่ได้ยินชื่อของคาเมะหลุดออกมาจินก็เปลี่ยนเป้าหมายไปหาโคคิทันที
ใช่ๆ ฉันนี่ล่ะจิน คาซึยะพูดอะไรถึงฉันงั้นเหรอ จินแย้มยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กพูดถึงเขาให้คนอื่นฟัง แต่คำตอบที่ได้ยินกลับทำให้คิ้วเข้มขมวดกันแน่นแทนที่จะเป็นรอยยิ้มแห่งความยินดี
ก็บอกว่าเอาตะเกียบมาจากบ้านนายได้แล้วไง ยูอิจิได้แต่ร้องเฮ้ยอยู่ในใจ จะกระโดดไปปิดปากไอ้คุณชายที่คอยแต่จะทำเสียเรื่องก็ไม่ทันซะแล้ว
.......อุตส่าห์วางแผนแทบตายต้องมาพังเพราะแกคนเดียวไอ้คิ......-*-
ตะเกียบอะไร.....นายหมายความว่ายังไง
ก็เกมส์ไง คาเมะเป็นสลาฟโดนลงโทษให้เข้าไปเอาตะเกียบในห้องนายออกมา 1 คู่ นี่นายคงไม่โกรธที่โดนขโมยตะเกียบใช่ไหม โคคิถามเสียงซื่อเมื่อเห็นหน้าเครียดขึงจากจินทันทีที่รู้เรื่องจนยูอิจิอยากจะตบแรงๆลงบนหัวโล้นๆที่ไร้ผมนั่นนัก.....ทีอย่างนี้ล่ะฉลาดมองออกว่าเขารู้สึกไม่ดี ไอ้ทีเรื่องที่ควรรู้เสือกไม่รู้ ตอนตัดผมช่างเขาเอาสมองแกออกไปด้วยรึไงวะ.....-*-
ฉันจะโกรธทำไม......มันก็แค่ตะเกียบคู่เดียวเอง.....มันไม่มีค่าอะไรนักหรอก จินพูดเสียงขรึมก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ลาสักคำ
ไอ้จินเดี๋ยว... ยังไม่ทันที่ยูอิจิจะพูดอะไรจินก็ยกมือขึ้นห้ามเหมือนไม่อยากรับฟังอะไรทั้งนั้นตอนนี้
อย่าพูดอะไรอีกเลยยู ฉันมันก็แค่ไอ้งั่งที่มีค่าน้อยกว่าตะเกียบคู่นึงซะอีก จินก้าวเร็วออกไปทันที ตอนนี้เขาไม่อยากจะฟังจะคิดอะไรอีกแล้ว ในหัวมันตื้อไปหมด ....ทำไมล่ะคาซึยะ.....ความรักของฉันมันไม่มีค่าขนาดที่นายหลอกใช้มันเพื่อแลกกับตะเกียบแค่หนึ่งคู่งั้นเหรอ
ยูอิจิได้แต่มองตามแผ่นหลังที่ดูปวดร้าวเหลือเกินของจิน ไหล่ที่เคยตั้งตรงตกลู่เหมือนกำลังแบกรับความเจ็บปวดที่หนักหน่วง
โธ่เอ๊ย!! ยูอิจิตวัดมองโคคิเคืองๆอีกครั้งก่อนจะเดินหนีไปอีกคน ปล่อยให้ผู้หวังดีได้แต่ยืนงงอยู่คนเดียว
อะไรวะ...ฉันทำอะไรผิดวะเนี่ยทำไมต้องเดินหนีกันไปหมดด้วยอ่ะ
ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยโคคิ...ก็แค่ทำให้คนที่เขารักกันต้องแตกแยกเท่านั้นเอง..-___-
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
คาเมะมาถึงห้องจินในตอนเย็น ตั้งแต่เดินหนีคนรู้ดีออกมาจากห้องเลคเชอร์ร่างบางก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยอยู่ในมหาลัย จะกลับมาหาจินเลยก็มัวแต่อายโน่นอายนี่ทำใจอยู่ตั้งนาน สุดท้ายกว่าเขาจะทำใจมาเผชิญหน้ากับจินได้ก็ปาไปเย็นจนใกล้ค่ำอย่างนี้
ร่างบางสูดหายใจลึกๆเตรียมจะกดกริ่งหน้าห้องแต่อยู่ดีๆก็นึกอยากจะลองหมุนลูกบิดสีวาวดูก่อนและเขาก็พบว่ามันไม่ได้ล็อค คาเมะขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อแน่ใจว่าก่อนออกไปเขาล็อคประตูให้เรียบร้อย หน้าขาวใสร้อนฉ่าขึ้นเมื่อแน่ใจว่าร่างสูงคงจะตื่นแล้ว
....มันก็แน่อยู่แล้วแหละ ใครจะนอนซะจนเย็นป่านนี้ล่ะ ก็ทำใจไว้แล้วๆทำไมต้องตื่นเต้นด้วยเล่าคาซึยะ>///<....
คาเมะเปิดเข้าไปช้าๆแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อในห้องกลับมืดราวกับไม่มีใครอยู่ ขาเรียวก้าวตรงไปที่ห้องนอนเมื่อตาเรียวสวยกวาดมองจนทั่วก็ยังไม่พบเจ้าของห้อง เสียงลูกบิดประตูที่ถูกหมุนเตือนให้คนที่อยู่ข้างในรู้ตัวว่ามีผู้มาเยือน แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงที่นั่งหลังเหยียดตรงอยู่บนเตียงก็ไม่หันมามองคนมาใหม่สักนิดเดียว
คาเมะมองแผ่นหลังกว้างที่ไม่มีปฏิกิริยาสักนิดก็ได้แต่อมยิ้มบางๆ คนตัวเล็กเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะใช้นิ้วเรียวจิ้มเบาๆลงบนแผ่นหลังสะกิดง้องอนคนตัวโตแต่ใจน้อย
จิน...งอนเหรอ ขอโทษที่ออกไปก่อน...ก็วันนี้ฉันมีเรียนนี่ เสียงหวานออดอ้อนอย่างน่ารัก แต่เจ้าของชื่อก็ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม
คาเมะขยับเข้าใกล้อีกนิดยื่นหน้ามองใบหน้าคมที่เรียบเฉย แว่บหนึ่งมันทำเอาคาเมะรู้สึกหวั่นในใจกับความเงียบงันจนน่ากลัวนั้นแต่ก็ยังคงปลอบใจตัวเองว่าจินแค่กำลังงอนเขาอยู่เท่านั้นเอง
นี่จิน...อย่าโกรธลยนะ ฉันขอโทษ....ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว...จะรอจนกว่า.. คาเมะก้มหน้างุดเมื่อคำพูดที่เขาจะบอกกับจินว่า จะรอจนกว่านายจะตื่น นั้นมันเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายเชิญชวนอีกฝ่ายชัดๆ แต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะสื่อคำได้ครบประโยคเสียงเข้มที่ไร้เยื่อใยก็ขัดขึ้นมาซะก่อน
คราวนี้แพ้อะไรมาอีกล่ะ ของเดิมพันในห้องฉัน อยากได้ชิ้นไหนก็หยิบไปได้เลย จินพูดด้วยเสียงเย็นชาแต่ใครจะรู้ว่าภายในมันรวดร้าวแค่ไหน คนที่เขารักหมดหัวใจกลับหลอกกันได้หน้าตาเฉย ......ความรักของฉันมันก็เป็นค่าหมากตัวหนึ่งในเกมส์ของนายงั้นเหรอคาซึยะ....... ยิ่งคิดมือหนาก็ยิ่งกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัด ฟันกรามขบกรอดจนสันกรามเด่นนูน
นายพูดเรื่องอะไรน่ะจิน คาเมะถามเสียงสั่นไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างสูงพูด ถึงเขาจะทำตามบทลงโทษของยูอิจิแต่นั่นมันไม่ใช่เหตุผลที่เขายอมเป็นของจิน
นายก็รู้อยู่แก่ใจดีคาเมนาชิ อย่ามาทำหน้าซื่อไม่รู้เรื่องหน่อยเลย อ้อ! ฉันลืมไป....นายมันแสดงละครเก่งนี่นะ แนบเนียนซะจนฉันหลงคิดไปว่านาย.... จินหยุดคำพูดไว้แค่นั้นไม่อยากจะทำให้อีกคนรู้ว่าเขามันโง่เง่าแค่ไหนที่หลงเชื่อซะสนิทใจ....คิดว่าคาเมะเองก็รักเขาเหมือนกัน....
จินไม่ใช่นะ ฟังฉันก่อน...ฉันรักนายนะจิน ....ฉันรักนาย คาเมะเข้าไปกอดร่างสูงแน่น อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองให้รู้ ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้...จินกำลังเข้าใจเขาผิด สายตาที่มองราวกับไม่เคยรู้จักกันแบบนั้นมันบีบคั้นจนเจ็บไปหมด
.....อย่ามองฉันด้วยสายตาที่ไม่เหลือความรักอยู่เลยแบบนั้น...อย่ามองฉันด้วยแววตาแบบนั้นเลยจิน.....
อย่าพยายามอีกเลยคาเมะนาชิ ละครฉากนี้ของนายฉันไม่โง่พอจะเชื่อมันลงอีกแล้ว เสียงที่นิ่งเรียบราวกับไม่มีความรู้สึกอะไรค่อยๆกรีดลงไปกลางใจของร่างบางช้าๆ คาเมะค่อยๆถอยห่างออกมาจากคนที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
......ไหนเคยบอกว่ารักฉันไงจิน....ความรักของนายมันแค่นี้เองงั้นเหรอ สุดท้ายนายก็เลือกจะฟังคนอื่นมากกว่าคำพูดของฉันงั้นเหรอ......
คาเมะมองร่างสูงด้วยแววตาที่เจ็บปวดก่อนจะปาดคราบน้ำใสที่ไหลลงข้างแก้มทิ้งอย่างไม่ใยดี
ความแตกซะแล้วสิ นายเป็นคนแรกเลยนะที่รู้ตัวเร็วขนาดนี้ ที่จริงพอทำตามคำสั่งเสร็จแล้วฉันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมาที่นี่อีก แต่ที่มาก็แค่อยากจะแวะมาดูหน้าคนที่หลงเชื่อคำโกหกซะสนิทอีกครั้งเท่านั้น แต่ในเมื่อนายรู้แล้วมันก็ไม่สนุกแล้วล่ะ อ้อ! แล้วก็ต้องขอบใจมากนะสำหรับตะเกียบของนาย ลาก่อนอาคานิชิ จิน คาเมะหันหลังกลับค่อยๆเดินช้าๆหวังว่าจะได้ยินเสียงของจินฉุดรั้งเขาเอาไว้...แต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากร่างสูงสักคำ
คาเมะแนบพิงแผ่นไม้หนาที่เพิ่งปิดลงอย่างคนหมดแรง น้ำตามากมายไหลพรูออกมาเมื่อมันเกินที่จะเก็บไว้ได้อีกแล้ว
....ถึงนายจะไม่เชื่อคำพูดของฉัน แต่ฉันก็อยากจะบอกว่าฉันรักนายจิน ฉันรักนายจริงๆ...
....
ถึงจะได้ยินคำพูดจากจินที่เหมือนไม่เหลือเยื่อใยต่อกันแต่ใจจริงคาเมะก็อยากจะเชื่อว่าจินยังคงรักเขาอยู่ ร่างบอบบางที่หวังว่าคนที่รักจะออกมาดูดำดูดีกันบ้างจึงยังคงนั่งอยู่หน้าห้องของร่างสูงไม่ไปไหน....แต่ดูเหมือนเขาจะหวังมากเกินไป.... จินไม่ออกมาตามหาเขา ไม่แม้แต่จะห้ามตอนได้ยินคำบอกลา
น้ำใสๆร่วงรินอีกครั้งทั้งๆที่ความชื้นตามแนวแก้มยังคงไม่จางหาย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยพิงกับประตูบานเดิมที่เฝ้ารอให้คนข้างในออกมาง้องอน อยากได้ยินเสียงทุ้มๆนั้นบอกกับเขาว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่เรื่องล้อเล่นเท่านั้น...อยากได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนที่เรียกเขาว่าคาซึยะ...ไม่ใช่น้ำเสียงเย็นชาที่เรียกคาเมนาชิอย่างวันนี้เลย
.....นายช่วยบอกว่ามันไม่จริงทีสิจิน....บอกว่านายแค่เข้าใจฉันผิดเท่านั้น....ช่วยบอกว่ารักฉันอีกครั้งได้ไหมจิน.....
คาซึยะ..
เสียงทุ้มที่เรียกชื่อตัวเองเบาๆทำให้คาเมะหันขวับไปตามทิศนั้น รอยแย้มยิ้มที่ผุดขึ้นค่อยๆหุบลงก่อนจะเปลี่ยนเป็นหยดน้ำสายเล็กๆที่ทำเอาคนเห็นต้องหน้าถอดสี
ยูอิจิถลาเข้าไปหาคนที่เหมือนคู่กัดกลายๆด้วยความอึกอัก ตอนแรกที่เห็นคาเมะนั่งอยู่หน้าห้องจินก็แค่นึกอยากจะแหย่เล่นเท่านั้น แต่พอเห็นคนเก่งที่ไม่เคยยอมแพ้ใครกลับมีน้ำตานองหน้ามันก็ทำเอาบอกไม่ถูกจริงๆ ถึงเขากับคาเมะจะชอบทะเลาะกันแต่ความจริงเขาก็เอ็นดูคาเมะเหมือนน้องคนหนึ่ง เพียงแต่เป็นน้องที่น่าแกล้งน่าแหย่กว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง
คาเมะ...ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ทั้งที่รู้ว่าคำถามตัวเองฟังดูโง่ขนาดไหนแต่ตอนนี้ยูอิจิก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับคนตรงหน้าที่แทบจะไม่เคยพูดดีๆกันเลย
จินเขาเกลียดฉันยู...จินเขาเกลียดฉันแล้ว เสียงหวานพยายามพูดอย่างปกติแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังสั่นเครือ ใบหน้าแสนเศร้าแหงนเงยราวกับไม่อยากจะอ่อนแอต่อหน้าคนที่วางฟอร์มใส่กันมาตลอดนัก แต่ไม่ว่าจะทำยังไงหยดน้ำใสๆก็ยังคงรินไหลออกมาอยู่ดี
ยูอิจิมองดวงตาที่แดงช้ำของคนตัวเล็กก็ได้แต่สะท้อนใจ สงสัยศรของกามเทพอย่างเขาที่ยิงใส่เพื่อนทั้งสองคนมันจะกลายเป็นศรอาบยาพิษซะแล้ว มือใหญ่กดลงบนบ่าที่สั่นน้อยๆของคาเมะเบาๆก่อนจะเลื่อนมาลูบหัวปลอบใจคนที่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ไม่เคยเสียน้ำตาสักหยด
เรียวตาที่ยังเอ่อคลอด้วยน้ำใสๆช้อนมองหน้าเพื่อนที่เคยแต่จะยียวนใส่ แต่ตอนนี้ใบหน้าที่เด่นด้วยจมูกโตๆกำลังแดงน้อยๆเมื่อทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเอาซะเลย คาเมะแย้มยิ้มออกมาเล็กๆก่อนจะโผซบอกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่ปรับตลอดกาลพร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงรินยิ่งกว่าเดิม
ไหนเขาบอกว่ารักฉัน แล้วทำไมเขาถึงไม่เชื่อที่ฉันพูดล่ะยู ทำไมจินไม่ฟังฉันเลย จิน...ไม่รักฉันแล้วยู...เขาไม่รักฉันแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาทำให้ฉันรักทำไม มาบอกว่ารักฉันทำไม... คาเมะร้องไห้อย่างหนักพร่ำพูดสิ่งที่ค้างคาใจ หยดน้ำตาเปียกชื้นเต็มอกเสื้อของร่างโปร่งแต่ถึงอย่างนั้นยูอิจิก็ยังคงลูบหัวปลอบใจคนตัวเล็กจนแรงสะอื้นหนักค่อยๆคลายลง
เฮ้อ...อย่าร้องมากนักสิ ฉันไม่ถนัดปลอบใจคนเท่าไหร่หรอกนะ ร่างโปร่งพูดออกมาแข็งๆตามสไตล์ของตัวเองแต่มันก็เรียกรอยยิ้มบนเรียวหน้าหวานได้ไม่น้อยเลย
นั่นสิ...ให้คนอย่างนายปลอบสงสัยจะแย่กว่าเดิม มือขาวพากันไล่เช็ดน้ำตาที่เปื้อนตามแก้มตัวเอง ก่อนจะทำหน้ายียวนอย่างที่เคย
ยูอิจิยิ้มมุมปากเมื่อเห็นว่าน้องเล็กในกลุ่มดีขึ้นแล้วก่อนจะดันร่างบางให้เดินไปที่ห้องข้างๆพร้อมยื่นกุญแจห้องให้
คืนนี้นายนอนห้องโคคิมันนี่แหละ ขืนกลับบ้านทั้งหน้าตาแบบนี้เดี๋ยวแม่นายจะมาโทษว่าฉันแกล้งลูกชายเขาอีก
แล้วนายล่ะ ตอนแรกนายจะมานอนห้องโคคิไม่ใช่เหรอ คาเมะมองกุญแจในมือที่ยูอิจิคงได้มาจากเจ้าของห้อง ก่อนจะมองหน้าเพื่อนคู่กัดที่วันนี้ดูใจดีกับเขาจนน่ากลัว
ฉันไม่ได้กะจะมานอน ไอ้คิมันลืมกุญแจไว้ฉันก็เลยจะเอามาคืน แต่สงสัยไอ้คุณชายคงหนีกลับไปนอนที่ปราสาทมันแล้วล่ะ ยูอิจิโกหกคำโต ไอ้ที่ไม่ได้จะมานอนน่ะจริง แต่ไอ้กุญแจห้องนั่นได้มาจากการขู่กรรโชกต่างหาก บทลงโทษและการไถ่บาปที่ทำให้คนรักกันเขาแตกแยก ไม่รู้ว่าตอนนี้โคคิมันจะระเห็จไปนอนที่ไหน และกามเทพที่แผลงศรพิษอย่างเขาก็ต้องทำการไถ่บาปเหมือนกัน
นายรีบๆเข้าไปได้แล้ว แล้วก็อาบน้ำอาบท่าซะด้วย ไอ้ชุดนี้มันตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่รึไง ยูอิจิรุนหลังคนช่างสงสัยให้เข้าไปในห้องแถมบ่นชุดใหญ่ แต่พอพูดจบก็อยากจะตบปากตัวเองจริงๆที่ดันพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมาอีกแล้ว
คาเมะก้มหน้าจนคางชิดอก ทั้งที่พยายามจะไม่คิดแต่สิ่งรอบตัวก็คอยย้ำให้นึกถึงความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อวานแต่เพียงข้ามคืนเขาก็ไม่มีสิทธิ์จะครอบครองมันอีกแล้ว
เฮ้อ...อย่าคิดอะไรมากเลย ไม่ต้องล็อคห้องนะเดี๋ยวฉันจะไปซื้ออะไรมาให้กิน ยูอิจิขยี้ผมคนทำหน้าเศร้าแรงๆก่อนจะเดินจากไปทิ้งร่างบอบบางไว้ในห้องกว้างเพียงคนเดียว
ถ้าทำอย่างที่นายพูดได้ง่ายๆมันก็ดีน่ะสิ ใบหน้าอมเศร้าผินมองไปยังกำแพงซีกหนึ่งที่กั้นกลางแยกเขาออกห่างจากใครอีกคนเอาไว้
.......แล้วนายล่ะจิน...นายจะทำเหมือนระหว่างเราไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นได้ง่ายๆรึปล่าวจิน......
X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X::x::X
ความมืดที่ปกคลุมอยู่โดยรอบราวกับจะบอกผู้มาเยือนว่าไม่มีใครอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นแขกไม่ได้รับเชิญก็ไม่คิดจะขอหรือฟังคำตอบจากใครอยู่แล้ว แสงจากหลอดไฟกลางห้องหรูส่องสว่างทันทีที่ได้รับคำสั่งและร่างโปร่งที่เชื้อเชิญตัวเองเข้ามาในห้องชุดกว้างก็ตรงดิ่งไปยังห้องนอนที่คาดว่าคนที่เขาอยากจะเจอคงมีสภาพไม่ได้ดีไปกว่าร่างบางที่ต้องมาร้องไห้ซุกอกคนที่ไม่ค่อยถูกกันอย่างเขาเท่าไหร่นัก
และเพียงบานประตูที่กั้นห้องเปิดออก ภาพที่เห็นก็ทำเอายูอิจิสะเทือนใจเหลือเกิน ร่างสูงของจินนอนซุกตะแคงข้างอยู่บนซีกหนึ่งของเตียง หมอนใบขาวที่หนุนกลับยึดพื้นที่เพียงริมด้านหนึ่งเหลือพื้นที่ว่างเว้นไว้ราวกับมีใครอยู่ข้างๆ แขนแกร่งพาดยื่นไปด้านหน้าเหมือนโอบกอดบางสิ่งไว้อย่างหวงแหน แต่มือหนาที่กำผ้าปูสีเข้มไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือดเด่นนั้นมันบ่งบอกได้ดีเหลือเกินว่าคนที่นอนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรก็กำลังเจ็บปวดไม่ต่างกัน
ถ้าแกรักเค้าขนาดต้องมานอนกอดไอ้แค่ล่องรอยที่เค้าทิ้งไว้ แล้วทำไมแกไม่ไปตามเค้ากลับมาล่ะ เสียงทุ้มที่พูดขึ้นเรียกให้เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดกว้าง จินหันมองคนที่ยืนอยู่ข้างประตูเพียงแวบแล้วก็หลับตาลงอีกครั้งราวกับคนที่เห็นไม่มีตัวตน
ยูอิจิพ่นลมอย่างขัดใจคนที่นึกจะหัวดื้อขึ้นมาก็รั้นจนไม่ยอมฟังใคร
ฉันเพิ่งจะรู้ว่าคนแบบแกมันก็เท่านี้เอง ไหนว่ารักนักรักหนาแต่แค่นี้แกก็ยอมแพ้ซะแล้ว ...ก็ดี....ในเมื่อแกไม่สนใจคาเมะแล้วงั้นฉันก็ขอละกัน ถึงจะเจ้าอารมณ์ไปหน่อยแต่บทจะขี้อ้อนขึ้นมาหมอนั่นก็น่ารักจนอดใจแทบไม่ไหวเลยล่ะ
ยูอิจิพยายามพูดให้จินนึกหึงหวงคาเมะขึ้นมาบ้างแต่ร่างสูงก็ยังคงนอนหลับตานิ่งอยู่ตามเดิมเหมือนสิ่งที่ยูอิจิพูดไม่ได้ผ่านเข้าหูเลยสักนิด และนั่นไม่ใช่ท่าทางที่ร่างโปร่งจะพอใจนัก มือหนากำหมัดแน่นไม่ต่างจากคนบนเตียงก่อนจะพูดด้วยเสียงที่แค่ฟังก็รู้ว่าคนพูดพยายามข่มความโมโหไว้อย่างสุดกำลัง
ฉันไม่คิดว่าแกจะใจแข็งขนาดนี้เลยอาคานิชิ จิน ในเมื่อแกไม่ต้องการเขาแล้วฉันก็จะรับคาเมะไว้เอง พูดจบยูอิจิก็ถอยห่างออกมาจากห้องไม่อยากจะอยู่ต่อนานจนอดใจไม่ทำร้ายไอ้คนหัวดื้อใจแข็งนี่ไม่ได้
ฉันสงสารคาเมะจริงๆที่ดันรักคนอย่างแก คำพูดสุดท้ายก่อนเสียงประตูจะปิดลงตามการจากไป คำสุดท้ายที่ยูอิจิหวังว่ามันจะช่วยให้ไอ้คนหัวดื้อดันทุรังอย่างจินจะคิดอะไรได้บ้าง เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้เพื่อลบความรู้สึกผิดในใจ
ฉันไถ่โทษให้นายได้แค่นี้แหละคาเมะ จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับความรักของพวกนายแล้วล่ะนะ
......................................................
................................
ไอควันจากน้ำอุณหภูมิสูงลอยอบอวลออกมาตามประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนที่ดูโคร่งไม่พอดีตัว ผมเส้นเล็กยังคงเปียกชุ่มมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดคล้องคอเรียวไว้เพื่อรองรับหยดน้ำจากปลายผมสีอ่อนเท่านั้น ร่างบอบบางพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างช้าๆเพราะตอนนี้ห้องนอนกว้างถูกเลือกให้อยู่ในความมืดมีเพียงแสงไฟจากห้องน้ำที่ลอดผ่านออกมาให้ความสว่าง แต่ถึงอย่างนั้นห้องใหญ่ก็ยังคงมืดสลัวอยู่ดี มันอาจไม่ช่วยอะไรมากนักแต่อย่างน้อยๆความมืดมันก็ทำให้คาเมะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน...ไม่รู้ว่ากำแพงด้านไหนที่กั้นกลางระหว่างเขาและจินเอาไว้จะได้ไม่ต้องคอยแต่จะจับจ้องมันราวกับจะทะลุไปเห็นอีกคนที่อยู่อีกฝาก
หยดน้ำเล็กๆจากปลายผมยังคงถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงบนผ้านุ่มเมื่อร่างบอบบางยังคงนั่งนิ่งปล่อยความคิดไปไกล....แต่ถึงยังไงระยะทางของมันก็ไม่เคยเกินไปกว่าห้องข้างๆอยู่ดี.... เสียงลูกบิดประตูเรียกให้วงหน้าหวานขยับหันเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นคาเมะก็ไม่ได้หันไปมองให้เต็มตาเพราะรู้ดีว่าคนที่มาเป็นใคร
นายไปซื้อข้าวที่ไหนมันถึงได้นานขนาดนี้ฮะยูอิจิ ฉันหิวจนหายหิวแล้ว เสียงหวานทักอย่างสดใสราวกับเป็นคนละคนกับคนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อชั่วโมงที่แล้ว
สงสัยฉันต้องมองนายใหม่แล้วมั๊ง นายใจดีกับฉันขนาดนี้เกิดฉันหวั่นไหวขึ้นมานายจะทำไงฮะยู เสียงสดใสยังคงเจื้อยแจ้วอย่างอารมณ์ดีไม่รู้เลยว่าคนฟังกำลังมีสีหน้าแบบไหน
จินกำมือแน่นจนมันสั่นเทิ้ม ดวงตาคมจับจ้องแผ่นหลังบางอย่างนึกชัง ทั้งๆที่เขาอยากจะลองเชื่อคาเมะอีกครั้ง แต่นี่คือการตอบแทนจากความรักของเขางั้นเหรอ
......เนี่ยเหรอยูอิจิ ที่แกบอกว่าคาเมะรักฉัน พอใกล้ใครก็เอนไปหาคนนั้นแบบนี้น่ะเหรอ....คำว่ารักของหมอนี่คงมีไว้หลอกล่อให้หลงกลเท่านั้นแหละ!!!......
ร่างสูงเตรียมจะหันกลับไปยังห้องตัวเอง ในอกร้อนราวกับมีกองไฟสุม....ทำไมถึงโง่อย่างนี้วะจิน มาให้เขาหลอกซ้ำๆซากๆ ควรจะพอซะทีแล้วกับคนๆนี้ .....คาเมนาชิ คาซึยะ.....จากนี้ไปชื่อนี้จะเป็นชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต...พอกันสักที!!...
คาเมะเหยียดยิ้มกับตัวเองบางๆเมื่อเห็นว่าคนที่เขาคิดว่าเป็นยูอิจิยังคงไม่ยอมตอบอะไร
นายคงกำลังสมเพชฉันอยู่สินะยูอิจิ ...แต่มันอาจจะจริงของนาย....คนอย่างฉันมันน่าสมเพชที่สุด ขนาดพูดว่ารักเค้ายังไม่เชื่อเลย เสียงแหบหวานค่อยๆเครือขึ้นจนเริ่มสั่น ไหล่บอบบางเคลื่อนขึ้นลงและสั่นสะท้าน เห็นแค่นี้ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าดวงตาที่ยังแดงช้ำคงเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาอีกแล้ว
ทำยังไงเขาถึงจะเชื่อฉันล่ะยู...ฉันต้องทำยังไงจินถึงจะเชื่อว่าฉันรักเขาจริงๆ ฉันต้องทำยังไง มือบางทั้งสองข้างหยัดลงบนพื้นเตียงนุ่มก้มหน้าร้องไห้อย่างน่าสงสาร หยดน้ำใสๆหล่นลงบนผ้าปูจนซึมชื้นเป็นวงกว้างแต่ถึงอย่างนั้นคาเมะก็ไม่คิดจะหยุดหรือห้ามตัวเองอีกแล้ว ...เขารักจิน...ไม่ว่ายังไงก็รัก...แล้วทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ด้วย...
ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกหยิบออกจากคอเรียวขาวก่อนจะกดซับเบาๆลงบนผมนุ่มอย่างอ่อนโยน คาเมะเพียงสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ได้รับแต่ก็ไม่คิดจะห้ามอะไรเมื่อคิดว่านี่คงเป็นวิธีปลอบใจของยูอิจิ ร่างเล็กยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดจะเช็ด จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อไม่ว่าจะปาดมันออกกี่ครั้งมันก็ไม่เคยหมดสักที
อย่าใจดีกับฉันนักเลยยู เกิดฉันหวั่นไหวจริงๆนายจะแย่นะ เสียงเครือหัวเราะในลำคอ รู้ว่ายูอิจิไม่ได้คิดอะไรและเขาก็ไม่มีทางคิดด้วย แต่ที่หยอกเย้ามันก็แค่การขอบคุณกลายๆที่ให้ตายคาเมะก็คงไม่มีทางพูดมันออกมาตรงๆกับยูอิจิแน่
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคนที่จะแย่คือฉันต่างหาก มือใหญ่ที่เคยเลื่อนซับความชื้นจากเส้นผมเปลี่ยนมาโอบรอบคนตัวเล็กจนแทบจะจมหายไปในอ้อมกอด
จินกดจูบเบาๆลงบนผมหอมช้าๆ ได้แต่นึกโทษตัวเองที่ทำให้คาเมะต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้ จริงอย่างที่ยูอิจิพูด..เขามันแย่ที่สุด...ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อคนที่รัก ทั้งที่คอยมองคาเมะมาตลอดทำไมถึงไม่เข้าใจว่าคนอย่างคาเมะไม่มีทางหลอกใช้ใครได้ ถ้าเขาต้องเสียคาเมะไปจะโทษใครได้นอกจากตัวเอง.......แต่มันจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด!!!
ฉันไม่ยอมให้นายไปรักคนอื่นหรอกนะคาซึยะ จินยังคงไล่กดจูบไปตามขมับและไรแก้มของคนที่ตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา แต่หยดน้ำที่หล่นลงบนแขนที่โอบคาเมะไว้รอบก็บ่งบอกให้จินรู้ว่าร่างบางตรงหน้ารับรู้ทุกคำพูดของเขา
ฉันขอโทษคาซึยะ ขอโทษที่ว่านายแบบนั้น....ขอโทษที่ไม่เชื่อคำพูดของนาย...ขอโทษที่ไม่เชื่อคำพูดของคนที่ฉันรัก... จินกระชับกอดคาเมะแน่นแนบใบหน้ากับแก้มใสที่ยังเปียกชื้นง้องอนคนที่เขาทำให้เสียใจ
ตอนนี้นายคืออาคานิชิ จิน คนไหนกัน คนที่ทำให้ฉันใจเต้นและบอกว่ารักฉัน หรือคนที่ทำให้ฉันร้องไห้และเรียกฉันว่าคาเมนาชิ ตอนนี้นายคือ อาคานิชิ จินคนไหนงั้นเหรอ เสียงหวานยังคงเครือสั่น แม้ว่าตอนนี้คาเมะอยากจะหันไปกอดตอบร่างสูงแน่นๆแต่เขาก็กลัวเหลือเกินว่าพอพ้นคืนนี้จินอาจจะกลายเป็นคนนั้นอีก คนที่มองเขาด้วยแววตาเย็นชาอย่างนั้น หากต้องถูกทำร้ายอีกครั้งเขาคงทนไม่ได้อีกแล้ว..
จินจับไหล่บางหมุนให้คนที่น้ำตานองหน้าหันมาสบตาเขา มืออุ่นไล่เช็ดรอยความเศร้าอย่างเบามือ ดวงตาคมสบนัยน์ตาสีอ่อนอย่างลึกซึ้ง ....เขาไม่มีคำตอบให้คาเมะ เพราะไม่ว่าจะเป็นจินคนไหนก็ทิ้งหัวใจไว้ที่คาเมนาชิ คาซึยะคนเดียว
แล้วตอนนี้นายคือคาเมนาชิ คาซึยะ คนไหนล่ะ คนที่ทำให้ฉันใจเต้นทุกครั้งที่เห็นและโอบกอดฉันไว้จนฉันคิดว่านายก็รู้สึกแบบเดียวกับฉัน หรือคนที่ทำให้ฉันปวดร้าวแล้วบอกว่าฉันมันก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมส์ของนายเท่านั้น ตอนนี้นายคือคาเมนาชิ คาซึยะคนไหนงั้นเหรอ....
จินไม่รอให้คาเมะได้ตอบคำถาม มือใหญ่จับมือเรียวขึ้นมาก่อนจะแนบมันลงบนตำแหน่งหัวใจของเขา
ฉันตอบคำถามนายไม่ได้หรอกคาซึยะ แต่ไม่ว่าฉันจะเป็นจินคนไหน นายก็ยังเป็นคนที่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงอย่างนี้ทุกครั้ง ฉันที่แม้แต่คำถามที่นายอยากรู้ก็ยังตอบไม่ได้แบบนี้นายยังจะพูดว่ารักอยู่ไหม
คาเมะส่ายหน้าแรงจนร่างสูงใจแป้ว แต่มือขาวกลับจับยึดมืออีกข้างของจินไว้ก่อนจะเอามาวางไว้ที่ตำแหน่งเดียวกันที่จังหวะการเต้นไม่ผิดเพี้ยนจากอีกคนเลย
ฉันจะไม่พูดว่ารักกับนายหรอก....แต่ฉันจะบอกว่าฉันรักนายที่สุดอาคานิชิ จิน
.
..
ความรักใช่ว่าจะสมหวังหอมหวานไปซะทุกครั้ง เพราะฉะนั้นหากคุณได้ความรักไว้ในมือ.....มีคนที่ร่วมทักทอความรักความผูกพันต่อกันแล้ว ก็ขออย่าให้ปล่อยมือจากกันเลย
The End.
Special Scene ::
ทุกสุดสัปดาห์ของกลุ่มเพื่อนซี้ ( แม้ว่าจะหนักไปทางทะเลาะกันก็เถอะ ) กิจกรรมโปรดที่เลือกจะทำก็คงไม่พ้นการตั้งวงเล่นสลาฟด้วยกติกาเดิมเป๊ะ จะผิดเพี้ยนไปบ้างก็แค่มีร่างหนาๆของใครบางคนที่คอยนั่งเบรคไม่ให้คนตัวเล็กใจร้อนกระดกน้ำในกระป๋องสีวาวบ่อยเกินไปนัก
คาซึยะอย่ากินเยอะนักสิ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ เสียงทุ้มเอ็ดเบาๆพร้อมดันกระป๋องที่เตรียมจ่อริมฝีปากสีสวยให้ออกห่าง
คนโดนขัดใจทำคิ้วขมวดแต่ถึงอย่างนั้นคาเมะก็ยอมวางกระป๋องเบียร์ลงข้างตัวแต่โดยดีจนเพื่อนในกลุ่มพากันหันมองหน้ากันเหรอหรา....ก็จะไม่ตกใจได้ไง เพิ่งเคยเห็นคนที่ปราบเต่าพยศได้เป็นครั้งแรก O_o.
แต่ยังไม่ทันจะนินทาผ่านสายตาเสร็จเจ้าของหัวข้อ gossip ก็แหวใส่ทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตกเป็นประเด็นในการนินทา
มองอะไรกัน!! รีบๆลงสิ!! โคคิตานายไม่ใช่เหรอ แล้วความซวยก็มาเยือนคุณชายเจ้าของห้องอีกครั้ง โคคิได้แต่ลนลานหาตัวลงให้วุ่นเมื่อเรียวตาเฉียบยังจับจ้องไม่ไปไหน
คาซึยะอย่าดุโคคิสิ ดู...หมอนี่ลนลานหมดแล้ว นิ้วยาวคลึงเบาๆตรงหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นของคาเมะจนมันค่อยๆคลายออกก่อนใบหน้าขาวใสจะแจกรอยยิ้มสวยกลับคืนให้ร่างสูงจนมีบางคนเริ่มจะหมั่นไส้
ทำไมเบียร์กระป๋องนี้ของฉันมันถึงหวานอย่างนี้เนี่ย สงสัยความหวานจากใครบางคนแถวนี้คงจะหกใส่แหงๆ และคงเป็นใครไม่ได้กับคำพูดจิกกัดแบบนี้นอกจากนากามารุ ยูอิจิ คู่กัดตลอดกาลของคาเมะที่เคยพักรบกันไปพักนึง แต่พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางการปะทะคารมของทั้งคู่ก็กลับมาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
เบียร์นายมันหวานได้อีกไม่นานหรอกยูอิจิ คนตัวเล็กยิ้มอย่างเป็นต่อก่อนจะวางไพ่ใบสุดท้ายในมือลงกลางวง และคนที่ต้องตาโตตกใจที่สุดก็คือคนที่เป็นสลาฟมา 2 ตาแล้วอย่างยูอิจินั่นเอง....ไม่อยากจะเชื่อว่าเดี๋ยวนี้กรรมมันติดจรวจมาจริงๆ.....
ตานี้ฉันเป็นคิง !! คาเมะเลียนเสียงตามแบบที่ยูอิจิเคยพูดเป๊ะ และผู้แพ้อย่างยูอิจิก็ได้แต่ยู่หน้าอย่างหมดทางสู้เท่านั้น
จะลงโทษอะไรก็ว่ามา คนเป็นทาสเชิดหน้าอย่างไม่กลัวสักนิด ถึงแม้จะหวั่นๆแต่จะให้แสดงออกกับเจ้าตัวเล็กที่เคยร้องไห้ซบอกเขามาแล้วล่ะก็....ไม่มีทางแน่นอน....
ก่อนอื่นให้นายอุ้มยามะพีขึ้นมา... คาเมะสั่งทีละขั้น แต่เพียงคำสั่งแรกก็ทำเอาคนที่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องต้องหันมาถามด้วยความข้องใจ
ฉันต้องเกี่ยวด้วยเหรอ คนหน้าหวานตากลมมองเพื่อนตัวเล็กงงๆ และก็ได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าแบบถี่ยิบ
ยามะพีต้องเกี่ยวสิ ทีตอนฉันยูยังลากจินมาเกี่ยวด้วยเลย คาเมะกอดอกแน่นไม่ยอมเสียเปรียบบทลงโทษที่เขาเคยโดนมาก่อน
ยามะพีได้แต่ถอนหายใจกับความเป็นเด็กของทั้งคาเมะและยูอิจิคนรักของเขา
....ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้กัน...เด็กพอกันทั้งคู่เล๊ย.....
ต่อไปฉันขอใช้สิทธิ์ของคิงยึดห้องนอนของโคคิ มาถึงคำสั่งนี้ถึงจะไม่ถูกต้องในเมื่อคิงมีสิทธิ์สั่งเฉพาะคนเป็นสลาฟเท่านั้น แต่เจ้าของห้องอย่างโคคิก็ไม่คิดจะขัดคำสั่งคิงผู้เรืองอำนาจตั้งแต่ยังไม่ชนะเกมส์นี้อยู่แล้ว
ต่อไปคือบทลงโทษของนายยูอิจิ ฉันให้นายใช้ห้องของโคคิ เวลาที่กำหนดคือหนึ่งคืน พอถึงพรุ่งนี้นายต้องมาบอกฉันว่าบนตัวยามะพีมีแผลทั้งหมดกี่ที่กัน สิ้นคำสั่งราวกับจะได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงโห่อย่างดีใจพร้อมๆกัน ยูอิจิยิ้มอย่างชอบใจในบทลงโทษ อยากจะตะเบ๊ะรับคำสั่งอย่างแข็งขันด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าร่างที่เขาอุ้มอยู่เริ่มจะดิ้นรนหาทางรอดแล้ว
เดี๋ยวก่อนคาเมะ...นี่มันบทลงโทษสำหรับยูอิจินะไม่ใช่สำหรับฉัน คนทักท้วงหน้าแดงเรื่อเมื่อรู้ความนัยในบทลงโทษนี้ อย่างยูอิจิน่ะเหรอจะหยุดอยู่แค่นับแผลบนตัวเขาจนครบ ถ้าทำได้จริงให้เขาตาตี่เท่าจุนโนะเลยเอ้า!!
โทโมะอย่าขัดคำสั่งคิงสิ ฉันเป็นคนโดนลงโทษยังไม่บ่นสักคำเลยนะ ยูอิจิหยักยิ้มเจ้าเล่ห์จนหน้าหวานแดงระเรื่อ ยามะพีอยากจะเถียงก็เถียงไม่ออกได้แต่ขบฟันแน่นหมั่นเขี้ยวสายตาเจ้าชู้ที่ส่งมานัก
....แน่ล่ะสิ ขืนนายบ่นเพราะโดนทำโทษแบบนี้นายก็ไม่ใช่นากามารุ ยูอิจิแล้ว..เจ้าโคอาล่าลามก!!!
คาเมะลอบยิ้มอย่างสุขใจ นี่ถือเป็นการตอบแทนในสิ่งที่ยูอิจิทำให้เขา..แม้ว่ายามะพีจะต้องลำบากก็เถอะ -_-
เห็นสองคนนั้นหายเข้าไปในห้องแล้วแอบยิ้มอย่างนี้หมายความว่าไงเหรอคาซึยะ ร่างสูงที่นั่งประกบข้างกระซิบถามข้างใบหูขาวเหมือนจงใจให้ได้ยินเพียงสองคน แต่ลมร้อนที่ปะทะใบหูอย่างตั้งใจนั้นก็ทำเอาร่างบางหน้าแดงเรื่อเมื่อรู้เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของจิน
ไม่เกี่ยวซะหน่อย อยากยิ้มก็ยิ้มไม่เห็นแปลกเลย ร่างบางขยับออกห่างเล็กน้อยแต่ใบหน้าที่แดงเรื่อก็ทำให้จินรู้ว่าคาเมะเข้าใจความนัยของเขา
ดึกมากแล้ว งั้นฉันกับคาเมะกลับห้องก่อนนะ เสียงทุ้มเอ่ยลาเพื่อนอีกสามหน่อที่ยังคงนั่งทำตาปริบๆไม่รู้จะเอาไงกับชีวิตตัวเอง ก่อนจะรีบฉุดคนตัวเล็กออกมาจากห้องก่อนเสียงหวานนั้นจะได้ทักท้วงอะไร
นี่จิน..ยังไม่ดึกสักหน่อยรีบกลับทำไม ทั้งที่พูดกับร่างสูงแต่ตาเรียวสวยกลับไม่ยอมสบสายตาด้วยสักนิด แถมใบหน้าแดงเรื่อนั้นก็ยิ่งทำให้จินอยากจะแกล้งคนรักของเขามากขึ้นอีก
จำได้ไหมคาซึยะ...ก่อนที่เราจะเข้าใจผิดกันตอนนั้น ที่นายคิดว่าฉันโกรธเพราะตื่นมาแล้วไม่เจอนาย นายเลยบอกว่าต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว จะรอจนกว่า.... จินเชยคางเรียวขึ้นช้าๆใช้แววตาที่เต็มเปี่ยมด้วยคำรักละลายคนตรงหน้าให้ยอมจำนน
วันนี้ฉันอยากฟังให้จบประโยค นายช่วยพูดกับฉันอีกครั้งได้ไหม ริมฝีปากอิ่มจูบลงบนใบหูขาวอย่างออดอ้อนจนร่างในอ้อมกอดสั่นสะท้าน
เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนไหวระริกด้วยความอ่อนไหว ไม่เคยบังคับให้หยุดใจเต้นได้สักครั้งเมื่ออยู่กับจิน แค่นี้ยังไม่เพียงพออีกเหรอ...ยังต้องให้เขาพูดคำน่าอายด้วยงั้นเหรอ...
ขี้โกงชะมัด เสียงหวานที่ตัดพ้อเรียกเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจจากร่างสูงได้อย่างดี นิ้วยาวนวดคลึงเบาๆบนเรียวปากนุ่มอย่างที่เคยทำตอนที่จินได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรก
พูดให้ฉันฟังหน่อยไม่ได้เหรอคาซึยะ ริมฝีปากอิ่มที่วนเวียนอยู่ไม่ไกลกับลมหายใจร้อนที่ผะผ่าวผ่านผิวแก้มแค่นี้คาเมะก็ไม่มีแรงจะทัดทานร่างสูงได้อีกแล้ว
...จินกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ...
คำถามที่ร่างบางได้แต่วนเวียนถามตัวเองอยู่ในใจ ถึงจะไม่รู้คำตอบของคำถามนี้ แต่สิ่งที่คาเมะแน่ใจก็คือความรักของเขาจะอยู่ที่ผู้ชายชื่อ อาคานิชิ จิน ตลอดไป
ฉันจะไม่ไปไหน....ทุกๆวันจะอยู่รอจนกว่านายจะตื่น จะอยู่กับนายแบบนี้ตลอดไปเพราะฉันรักนายที่สุดอาคานิชิ จิน
.
เรื่องจินกับคาเมะก็ปล่อยให้เขาอยู่ด้วยกันสองคนละกันเน๊อะ มาแอบอีกสามคนที่ถูกปล่อยลอยแพกันดีกว่า ^^
ทำไมฉันต้องมาสละห้องให้คนเขาจู๋จี๋กันด้วยวะเนี่ย คุณชายหน้าโหดบ่นขึ้นเมื่อสุดท้ายเจ้าของห้องแบบเขาต้องออกมานอนห้องรับแขกแบบนี้
จะบ่นทำไมวะ หรือแกอยากจะเข้าไปดูหนังสดในห้องแกฮะ จุนโนะตัดบทอย่างรำคาญเมื่อไอ้คำบ่นนี้มันดังมาเป็นรอบที่สิบแล้ว
บ้าดิ จะไปดูไมวะ ขืนเกิดอารมณ์ขึ้นมาทำไง โคคิโพล่งออกมาอย่างไม่ทันคิดแต่มันก็ทำให้ทั้งห้องเงียบเสียงโดยอัตโนมัติ สายตาสามคู่ได้แต่มองกันไปมองกันมาราวกับหาทางออก
ไม่ต้องมามองเลย ฉันไม่เป็นฝ่ายรับให้ไอ้คนหน้าโหดๆแบบแกหรอก และก็เป็นจุนโนะที่หมดความอดทนกับบรรยากาศขมุกขมัวก่อนเพื่อน
ไอ้บ้า!! ฉันก็ไม่เอาคนสูงเป็นเปรตแบบแกหรอก แค่เห็นก็หมดอารมณ์ โคคิเถียงคืนบ้างเมื่อไอ้ประโยคเมื่อกี้มันหลอกด่ากันชัดๆ
แต่แล้วเสียงของคนที่เงียบอยู่นานก็ดังขึ้นยุติข้อพิพาททุกอย่างลงทันที
ฉันเป็นฝ่ายรับได้...ไม่เกี่ยง 3 P ด้วย แต่แค่ไม่ชอบไฟสว่างเท่านั้น พูดจบอุเอดะก็ทิ้งตัวลงนอนห่มผ้าเรียบร้อยไม่สนใจใครราวกับที่ทั้งโคคิและจุนโนะได้ยินเมื่อกี้แค่หูฝาดไปเองเท่านั้น
โคคิขยับตัวลุกขึ้นก่อนเดินออกไปจนคนที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวต้องร้องถาม
แกจะไปไหนโคคิ
ปิดไฟ!!
O_o!!!!
THE END AGAIN
จบดีก่า ยิ่งแต่งยิ่งทะลึ่งขึ้นเรื่อยๆ ฮ่าๆๆ ที่เหลือก็ไปจิ้นต่อกันเอาเองน๊าว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้อิสระทางความคิดเต็มที่เลยค่ะ ^^.
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันน๊า....
edit @ 2007/06/03 20:51:23