ทิ้งบลอคไปนานโครต ไม่ได้แวะมาเหลียวแลมันเลย ได้กลิ่นตุๆจากบลอคตัวเอง ฮ่าๆๆ
บวกกับช่วงนี้กำลังนอยสุดๆ ทั้งเรื่องเงินที่มีแต่จะไหลออกจากกระเป๋า แถมไอ้ที่ไหลออกไปเนี่ยดูจะไม่คุ้มค่าเสียเลย เศร้า Y_Y จะโทษใครได้นอกจากความฉลาดอันมีอยู่น้อยนิดในตัวเอง Y^Y
ไหนจะนอยวี่แววที่จะชวดงานทรูมูฟแน่ๆอีก อดอีกแล้วววววว

อยากเห็นทึกเฟ้ยยยยยย

ชาติที่แล้วสงสัยจะทำบุญไว้น้อย ชาตนี้ิเลยไม่มีบุญได้เจอนางฟ้า Y__Y ( เพ้อไปแล้วฉัน-*- )

นอกเรื่องซะนาน และแล้ววันนี้ก็มาถึง
วันครบรอบวันเกิดของนางพญาแห่ง Super Junior

Happy Birthday to Kim Hee Chul !!!

ขอให้เจ๊มีความสุขมากๆ ขอให้อำนาจของท่านเรืองรองยิ่งขึ้นไป ฮ่าๆๆ
แล้วก็ขอให้ขาเจ๊หายเร็วๆๆๆกว่านี้จะได้ไม่ต้องแคนเซิลไฟลท์อีก -*-
( แม้จะไม่ได้ไปดูแต่นอยแทนคนที่รอเจอเจ๊ )
แล้วก็ขอให้ความรักของเจ๊สมหวัง( อันนี้ขอด้วยน้ำตา ถ้าคนๆนั้นเป็นซีวอนหรือฮันคยองเค้าจะเต็มใจอวยพรกว่านี้ วายได้อีก -*-) เพราะดูหนทางรักคุณฮีชอลแต่ละครั้งดูเจ็บปวดเหลือเกิน เห็นเจ๊เศร้าๆนอยๆแล้วมันแปลกๆ คอนเซปเจ๊เหมาะจะรั่วมากกว่าอ่ะ ^^
เพราะงั้นทั้งหมดที่ขอมา ขอให้มันเป็นจริง เอิ๊กๆๆ

สู้ต่อไปนะคิมฮีชอล!!!!



อวยเจ๊เสร็จแล้วก็ขออวยย้อนหลังให้อาคานิชิ จิน ด้วย

Happy Birthday to Akanishi Jin !!!

เสียใจวันเกิดจินไม่ได้ทำอะไรให้เลย บลอคก็ไม่ได้อัพ picficก็ไม่ได้ทำ
ก็คอมมันแหง่วๆอ่ะ ( แก้ตัวโครตฉัน-*- ) แต่รับรองมีแน่นอน แต่แค่เมื่อไหร่ไม่รู้ เอิ๊กๆๆ

วันเกิดปีนี้ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามานะจ๊ะจิน กลับมาคราวนี้ขอร้องอย่าหายไปไหนอีก
จำได้วันที่จินแถลงข่าวจะพักงานทำเอาบอร์ดฟิคล่มทีเดียว และไม่อยากให้มันเกิดอีกเป็นครั้งที่สอง อยู่ส่ายสะโพกให้ดูอย่างนี้ตลอดไปนะจ๊าาาอาคาจิน >///<




วันนี้ไม่มีพิคฟิคของใครสักเรื่อง Y^Y แต่เดี๋ยวเอามาลงย้อนหลังแน่นอน^^ ( หวังว่านะ ฮ่าๆๆ)
กลับไปเศร้าที่ไม่ได้เจอทึกต่อ นอยเฟ้ยยยยย
ขอลาไปแค่นี้ละกัน

คำเตือน : คนที่ผ่านมาอย่าตกใจกับความบ้าของเจ้าของบลอคนะ ฮ่าๆๆ เราเตือนคุณแล้ว

ทิ้ง PV Haengbok ไว้ให้ดู น่ารักโครตๆ อยากได้ Free Hug บ้างอ่ะ เค้าอยากได้ๆๆๆๆๆ





edit @ 2007/07/10 20:36:03

edit @ 26 Jun 2009 13:45:31 by uke

[FIC] *** .....WE..... ***

posted on 03 Jun 2007 21:06 by uke283  in Jr-Fiction

 

[SHORT FIC]

 

….We….

 

Cast : Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya

 

Author : Uke

 

 

 

……………………………………………….

 

 

 

 

 

 

 

......ความรัก......

 

.

 

.

 

......เสียงหัวใจที่เต้นถี่......

 

.

 

.

 

......รอยความร้อนสีเข้มบนใบหน้า......

 

.

 

.

 

......สายตาที่คอยไล่ตามไปทุกที่......

 

.

 

.

 

สิ่งเหล่านี้มันยังคงอยู่กับเค้ารึปล่าว....

 

ความรู้สึกที่เคยมี ในตอนนี้มันยังคงอยู่กับเค้ารึปล่าว....

 

 

 

มันอาจเป็นเพียงความคิดมากของผม

 

แต่ในบางครั้ง....ผมก็รู้สึกว่าสายตาของเค้าไม่ได้มองมาที่ผมอีกแล้ว....

 

 

 

 

 

.....สายตาของคาซึยะไม่ได้มองมาที่ผมเหมือนเดิมอีกแล้ว....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลมอ่อนๆต้นเดือนตุลาคม ลมต้นฤดูหนาวที่เย็นสบายแต่ผมกลับรู้สึกหนาวเยือก ร่างของคนที่ผมรักยังคงนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตาที่หลับพริ้มกับมุมปากบางที่ยกขึ้นอย่างมีความสุขทำให้ผมรู้ว่าเค้าคงกำลังฝันดีไม่น้อย ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ดวงหน้ายามหลับที่คุ้นตา มือเล็กๆที่มักจะกำผ้าห่มแนบอกราวกับกลัวใครจะยื้อแย่งผ้าห่มนุ่ม

 

 

 

ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักนิด......

 

 

 

 

 

....หรือที่เปลี่ยนไปจะมีแต่ใจของนายกันคาซึยะ....

 

 

 

 

 

กลิ่นหอมของกาแฟยามละลายตัวในน้ำร้อนคงจะมีอิทธิพลกับร่างบางๆไม่น้อย  คาซึยะเดินออกมานั่งลงบนที่ประจำบนโต๊ะอาหาร ผมวางขนมปังปิ้งทาเนยอย่างที่เจ้าตัวชอบลงข้างแก้วกาแฟที่ถูกสองมือขาวๆนั้นกุมอยู่รอบ 

 

 

 

คาซึยะเพียงยิ้มบางๆกับแก้วกาแฟเท่านั้น....

 

 

 

ขอบคุณนะจิน คำขอบคุณเสียงใสที่เคยส่งมาพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่มักจะส่งมาให้ผม

 

 

 

แล้ววันนี้มันอยู่ไหนเหรอ นายเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหนเหรอคาซึยะ?

 

 

 

 

 

เรานั่งทานมื้อเช้าในส่วนของตัวเองเงียบๆ ผมเคยรู้สึกดีเสมอกับเวลาแบบนี้แม้ว่าเราไม่ได้คุยอะไรกัน 

 

แต่วันนี้มันต่างออกไป...

 

มือที่คนกาแฟ นมสดสีขาวที่ค่อยๆกลืนหายจนไม่เหลือเค้าเดิมว่ามีมันอยู่

 

ในหัวผมได้แต่ครุ่นคิด

 

แล้วความรู้สึกของนายล่ะ...มันจะเหมือนนมสดในกาแฟแก้วนี้ไหม?

 

ถึงจะเคยมี...แต่สักวันก็จางหาย

 

แล้วความรักของนายตอนนี้เป็นอย่างนั้นรึปล่าวคาซึยะ?

 

 

 

 

 

เสื้อเชิ้ตตัวบางสีขาวเข้าทรงตัวโปรดของคาซึยะ เค้ามักจะเลือกมันมาใส่ในวันที่อารมณ์ดี 

 

....มันมีอะไรน่าดีใจงั้นเหรอในเมื่อวันนี้เรายังไม่ได้พูดกันสักคำ....

 

เนคไทสีขรึมถูกผูกให้เข้ากับเสื้อสูทตัวนอก ผมคงจะคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ กับแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวมันคงบ่งบอกถึงความผิดปกติอะไรไม่ได้ถ้าผมไม่สัมผัสถึงกลิ่นน้ำหอมนั่นซะก่อน

 

....กลิ่นที่ผมไม่คุ้นเคย....

 

ฉันมีเรื่องที่ไม่รู้เกี่ยวกับนายเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างแล้วนะคาซึยะ

 

 

 

นายซื้อน้ำหอมมาใหม่งั้นเหรอคาซึยะ ผมเพียงแต่ปรายตาถามเพราะไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่าผมกำลังจับผิด แต่ผมอาจจะพลาดไปก็ได้ พลาดที่ถามออกไป

 

 

 

 

 

...บางทีการไม่รู้มันอาจจะดีกว่า...

 

 

 

 

 

แก้มใสของคาซึยะขึ้นสีเรื่อ ผมถามคำถามน่าอายงั้นเหรอ?

 

 

 

 

 

....ไม่เลย....

 

 

 

 

 

....ผมไม่น่าถามมันออกไปเลย....

 

 

 

 

 

 

 

ปล่าว..แต่มีคนให้มา  ริมฝีปากสีอ่อนขยับพูดด้วยน้ำเสียงเขินอาย คาซึยะขยับตัวเหมือนยุ่งเหลือเกินกับเนคไทที่ผูกเสร็จนานแล้ว 

 

 

 

ไม่อยากให้ถามสินะ.....

 

ไม่ต้องกลัวหรอกคาซึยะ...เพราะคำตอบของนายฉันก็ยังไม่พร้อมจะได้ยินมันเหมือนกัน...

 

 

 

วันนี้นายจะกลับเร็วรึปล่าวจิน  เค้าถามผมเมื่อเห็นว่าเราต่างฝ่ายต่างเงียบอยู่นาน

 

 

 

ผมควรจะคิดยังไงดี...เพราะเค้าอยากให้ผมกลับเร็วเหรอ? ...หรือมันเป็นตรงกันข้าม...

 

 

 

นายอยากให้เป็นแบบไหนล่ะ  ผมขยับเนคไทตัวเองให้แน่นขึ้นอีก ที่จริงถ้าแน่นกว่านี้อีกนิดมันก็คงไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกในตอนนี้...อึดอัดจนหายใจไม่ออก...

 

 

 

ก็แล้วแต่นายสิ...ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้น  ตารีเรียวเหมือนจะประชดผมในที มันหมายความว่าไม่ว่าจะเร็วหรือช้านายก็ไม่คิดจะสนใจรึปล่าวคาซึยะ

 

 

 

...สิ่งที่ฉันคิดช่วยทำให้แน่ใจทีได้ไหมว่ามันไม่ได้ตรงกับใจนาย...

 

 

 

 

 

 

 

เราแยกกันไปทำงาน คาซึยะเคยงอแงอยากจะทำงานที่เดียวกับผมทั้งที่มันไม่ตรงกับที่เค้าเรียนมาสักนิด สุดท้ายเราก็ได้บทสรุป ผมอยากให้เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ารักและคาซึยะก็ยอมฟัง มาถึงตอนนี้กลับเป็นผมซะเองที่อยากจะย้อนกลับไปเมื่อวันนั้น แต่ถ้าเป็นตอนนี้คาซึยะคงไม่ต้องการมันอีกแล้ว

 

 

 

สายลมเย็นๆยังคงพัดมาปะทะผิวหน้า มันทำให้ผมนึกถึงวันที่ได้พบกับคาซึยะ เส้นผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนถูกพัดซะจนยุ่งเหยิงและเจ้าตัวก็คงไม่ชอบเท่าไหร่ สองมือพากันไล่จับผมเหน็บทัดหูให้วุ่น 

 

 

 

 

 

แต่สำหรับผม.....ตกหลุมรัก.....

 

 

 

 

 

มือเล็กๆที่ละจากเส้นผมพากันถูให้เกิดความอบอุ่น แม้ไม่ได้หนาวมากแต่มือเปลือยเปล่าก็ยังแพ้แรงลม ผมซุกมือลงในเสื้อโค้ทของตัวเอง ได้แต่ภาวนาให้เส้นไหมในมือส่งผ่านความกล้ามาให้ รู้สึกตัวอีกทีผมก็ยืนอยู่ตรงหน้าคาซึยะแล้ว

 

 

 

 

 

ถ้าไม่รังเกียจคุณจะใช้นี่ก็ได้  ถุงมือไหมพรมสีดำในมือผมกำลังเปลี่ยนเจ้าของ ผิวขาวที่ข้อมือของคาซึยะตัดกับสีของถุงมือผมอย่างชัดเจนจนสายตาของผมได้แต่จับจ้องอยู่ตรงนั้น

 

 

 

เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นจนผมต้องเงยหน้ามอง 

 

 

 

คุณคงไม่ได้นึกเสียดายมันอยู่ใช่ไหม  

 

 

 

ใช่แล้วผมนึกเสียดาย....เสียดายเวลาที่มัวแต่มองที่อื่นในเมื่อใบหน้าขาวใสที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นน่ามองกว่าเป็นไหนๆ น่ามองจนผมอยากจะเป็นคนทำให้เค้ามีรอยยิ้มอย่างนี้ตลอดไป 

 

 

 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรา

 

จุดเริ่มต้นที่ผมไม่อยากให้มันมีตอนจบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การประชุมที่คิดว่าจะเยิ่นเย้อกลับเสร็จเร็วกว่าที่คิด ผมได้แต่เดินไปตามถนนเรื่อยๆเพียงเพราะไม่รู้ว่าควรจะกลับเวลาไหนถึงจะถูกใจคาซึยะ ผู้คนต่างเดินผ่านไปมาเยอะแยะแต่คนที่อยู่ในความคิดของผมกลับมีเพียงคนเดียว 

 

มันน่าขำที่ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่ที่ๆเคยมากับเค้า

 

 

 

ร้านอาหารอิตาลีที่เราเคยมากินสปาเก็ตตี้ด้วยกัน เส้นยาวๆที่ไม่ว่ากี่ครั้งก็ทำให้ผมมีรอยยิ้มทุกที

 

มูมมามชะมัด ซอสเลอะปากหมดแล้วคาซึยะ  ซอสมะเขือเทศวางตัวอยู่รอบริมฝีปากบาง สีแดงของมันราวกับจะแข่งกับริมฝีปากสีสวย ผมเอื้อมมือไปเช็ดเอารอยเลอะออกให้ก่อนจะชิมรสซอสที่เปื้อนมือ

 

 

 

คาซึยะหน้าแดงแจ๋ก่อนจะขมุบขมิบปากให้ผมอ่านได้ว่าลามก!!

 

 

 

ก็ใครให้นายกินเลอะล่ะ ฉันก็เลยอยากลองชิมน่ะสิว่ามันจะอร่อยขนาดไหนถึงทำให้นายมูมมามขนาดนี้

 

 

 

ตาเรียวนั้นค้อนขวับวงเบ่อเร่อก่อนจะเถียงออกมาข้างๆคูๆ

 

กินสปาเก็ตตี้น่ะมันต้องกินแบบนี้ล่ะ ถึงจะเข้าถึงความอร่อยที่แท้จริง

 

 

 

ใครบอกกัน

 

 

 

ก็แฟนนายไง!!  

 

 

 

 

 

ผมได้แต่ยิ้มกับคำพูดน่ารักๆนั้น 

 

 

 

....แล้ววันนี้ฉันยังมีโอกาสได้ยินมันอยู่ไหมคาซึยะ....

 

 

 

 

 

รอยยิ้มจางๆยังคงมีอยู่บนหน้า เมื่อนึกถึงวันคืนเก่าๆแต่กลิ่นหอมที่ผมแทบจะแยกไม่ออกทำให้ต้องหันไปมองที่ร้านข้างทางเดิน

 

 

 

...น้ำหอมงั้นเหรอ...

 

 

 

นี่รึปล่าวที่เรียกว่ายิ่งหนีก็ยิ่งเจอ ผมก้มมองนาฬิกาที่ละเลยมันมานาน

 

 

 

....ห้าทุ่มสิบห้านาที....

 

 

 

แค่นี้คาซึยะคงน่าจะพอใจแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

กว่าผมจะถึงบ้านก็ห้าทุ่มสี่สิบไปแล้ว เป็นครั้งแรกที่กลับซะจนจะวันใหม่อีกวัน

 

ไฟทั้งบ้านดับมืด....แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่

 

ทั้งที่คิดไว้แล้ว...แต่มันไม่ได้หมายความว่าหัวใจของผมจะไม่เจ็บ...

 

 

 

นายคงจะยืนยันความคิดฉันสินะคาซึยะ...

 

ยืนยันว่าสิ่งที่ฉันคิดทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง...

 

 

 

 

 

ผมก้าวเข้าบ้านพร้อมแขวนเสื้อโค้ทไว้ที่แขวนข้างประตู โค้ทที่ผมใส่เมื่อวันที่ได้เจอกับคาซึยะครั้งแรก ถึงจะยิ่งตอกย้ำให้เจ็บปวดแต่ผมกลับเลือกที่จะใส่มัน อย่างน้อยมันก็ยื้อให้ผมยังมีความสุขที่ได้คิดถึงเรื่องเก่าๆ

 

 

 

ผมเลือกที่จะไม่เปิดไฟเพราะมันอาจจะทำให้คาซึยะตื่น และภาระในการกล่อมเด็กน้อยให้เข้านอนอีกครั้งก็มักจะมาตกอยู่ที่ผมเสมอ เพียงแต่มันคงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว.....

 

 

 

 

 

ผมเดินมาทางห้องครัว เงาลางๆตรงที่นั่งประจำของคาซึยะทำให้ผมรู้ว่าเค้ายังไม่นอน ถึงจะนึกดีใจในตอนแรกแต่กลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาแตะจมูกมันทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว

 

 

....แม้แต่จะนอนนายก็ยังใช้น้ำหอมนั่นอีกเหรอคาซึยะ....

 

 

 

....คนๆนั้นเค้าสำคัญกับนายขนาดนั้นเลยเหรอคาซึยะ....

 

 

 

 

 

 

 

ยังไม่นอนอีกเหรอ นี่ก็ดึกแล้วนะคาซึยะ  น้ำใสๆถูกรินใส่แก้วเพียงเพราะผมไม่รู้จะทำอะไร ความรู้สึกตอนนี้มันพลุ่งพล่านไปหมด บางทีนี่มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ ระเบิดเวลาที่คาซึยะปลดสลักให้ผมได้แต่นับเวลาถอยหลัง

 

 

 

.........  คาซึยะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่โรยตัวอยู่รอบระหว่างเรา

 

 

 

 

 

ที่รออยู่จนป่านนี้นายมีอะไรจะพูดกับฉันรึปล่าว  ผมปลดเนคไทให้เลื่อนลง แต่ถึงอย่างนั้นความอึดอัดที่มีมันก็ไม่เคยหายไปเลย แต่มันกลับยิ่งจุกแน่นกลางอก บางทีผมอาจจะเป็นโรคร้ายอยู่ก็ได้ เพราะตอนนี้หัวใจผมมันกำลังเต้นช้าลงทุกทีๆ

 

 

 

........  แต่คาซึยะก็ยังคงเงียบ

 

 

 

ผมได้แต่กำมือแน่นจนสั่น แต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นน้ำหอมนั่นก็ยังวนเวียนจนเหมือนจะฝังตัวแน่นอยู่ทุกพื้นผิว

 

 

 

จะนอนอยู่แล้วยังใส่น้ำหอมนี่อยู่ได้ นายชอบมันนักรึไงไอ้คนที่ให้มาเนี่ย  ถึงเสียงผมจะเข้มขึ้นแต่มันก็ไม่ดังไปกว่าการถาม คาซึยะไม่ชอบคนเสียงดัง เพราะอย่างนั้นผมจึงไม่เคยพูดรุนแรงกับเค้า สิ่งที่เค้าไม่ชอบผมไม่เคยทำถึงแม้ในตอนนี้ก็ตาม

 

 

 

ใช่ฉันชอบเค้า ไม่สิ...รักเลยต่างหาก  คาซึยะตอบเสียงเรียบแต่ในกระแสเสียงนั้นมันสั่น ใช่...คาซึยะกำลังร้องไห้ 

 

 

 

แต่จะให้ผมทำยังไงล่ะ

 

แค่คำตอบนั้นก็ชัดเจน

 

มันหมดเวลาของผมแล้วจริงๆสินะ 

 

 

 

ถ้าอย่างนั้น.............ฉันคงทำได้แค่อวยพรให้นายมีความสุขกับเค้า  มันยากกว่าจะพูดคำนั้นได้ แต่ผมก็พร้อมจะทำถ้ามันคือสิ่งที่คาซึยะต้องการ

 

 

 

ผมกำลังจะก้าวผ่านหน้าคาซึยะ ออกไปจากชีวิตของเค้า ต้องขอบคุณที่คาซึยะไม่เปิดไฟ อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเห็นน้ำตาของกันและกัน เพราะผมไม่อยากจะจำใบหน้าที่เปื้อนน้ำตานั่น

 

 

 

...น้ำตาที่ผมมีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นทั้งที่เคยสัญญาว่าจะทำให้คาซึยะมีแต่รอยยิ้ม.....

 

 

 

....นี่คงเป็นบทลงโทษของคนที่ผิดคำสัญญา....

 

 

 

 

 

.....ความเจ็บปวดชั่วชีวิต....

 

 

 

 

 

 

 

ผ้านุ่มๆกระทบลงบนหน้าผมด้วยแรงขว้างของคาซึยะ ผมเก็บผ้านั่นขึ้นมาก่อนจะรู้ว่ามันคือถุงมือไหมพรหม

 

อยากไปไหนก็ไปเลยไอ้คนบ้า  คาซึยะตะโกนดังลั่น ยิ่งน้ำเสียงยิ่งทำให้ผมรู้ว่าเค้าร้องไห้มากแค่ไหน 

 

 

 

ร่างเล็กๆหันตัวจะเดินหนีเข้าห้องแต่ผมก็ไวพอที่จะฉุดรั้งเอาไว้ 

 

นี่มันอะไรคาซึยะ  แขนข้างที่ถูกเกาะกุมพยายามจะสะบัดออก และเมื่อไม่ได้ผลคาซึยะจึงเลือกที่จะยื้อแย่งถุงมือในมือผมแทน

 

 

 

เอาคืนมา!! ฉันไม่ให้นายแล้ว  ถึงจะแผลงฤทธิ์แค่ไหนแต่คาซึยะก็ยังสะอื้น นั่นมันยิ่งทำให้ผมไม่เข้าใจ

 

 

 

คาซึยะหยุดก่อน บอกฉันทีนี่มันอะไรกัน มันอาจจะฟังดูโง่ แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ผมทำได้มีแต่กอดคนที่ผมรักเอาไว้แน่นๆเท่านั้น

 

 

 

คาซึยะได้แต่ร้องไห้อยู่กับอกผม มือเล็กๆนั่นกำเสื้อผมจนแน่นแบบที่เค้าชอบทำกับผ้าห่ม และนั่นมันสื่อได้อย่างดีว่าเค้าไม่อยากให้ผมไป

 

 

 

แล้วคาซึยะก็หยุดร้อง ดวงหน้าหวานเงยขึ้นสบตาผม ถึงจะมืดแต่คราบน้ำตาที่เกาะอยู่บนแก้มใสก็ยังเห็นได้ชัด

 

นายจำไม่ได้เหรอว่าวันนี้วันอะไรจิน

 

 

 

ผมได้แต่นิ่งคิดอยู่นาน จนในที่สุดผมก็นึกออก ได้แต่เกลียดตัวเองว่าทำไมถึงลืมไปได้

 

วันครบรอบการคบกัน.....

 

 

 

ของเรา คาซึยะต่อด้วยเสียงหนักแน่น ดวงตาระยับนั้นมองผมด้วยแววตาตัดพ้อ แต่อีกนัยมันก็เศร้าเหลือเกิน

 

 

 

มันเป็นวันของเราจิน วันของเรา นายมักจะจำเรื่องของฉันได้ทุกอย่าง นายรู้ว่าฉันชอบกาแฟแบบไหน.... นายรู้ว่าฉันชอบขนมปังทาเนย.... นายรู้ว่าฉันไม่ชอบตื่นมากลางดึก.... นายรู้ว่าฉันชอบนอนกำผ้าห่ม.... นายรู้ว่าฉันชอบใส่เสื้อตัวไหนเวลาอารมณ์ดี.... นายรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉัน แต่ทำไมนายไม่เคยรู้ว่าฉันรักนายล่ะจิน...... ทำไมไม่รู้ว่านอกจากนายฉันคงรักใครไม่ได้อีก ทำไมไม่รู้ว่าฉันกับนายมันคือเรา ทำไมไม่เคยรับรู้เรื่องราวของเรา ได้โปรดเถอะ...ในความทรงจำของนายที่มีฉันอยู่ ช่วยเพิ่มอาคานิชิ จินเข้าไปด้วยได้ไหม เพราะไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ที่นั่นต้องมีนายอยู่ด้วยเสมอ..... ได้โปรดอย่ารักฉันคนเดียวแบบนี้ นายช่วยรักตัวเอง รักความรักของเราด้วยจะได้ไหม  

 

 

 

น้ำตาของคาซึยะไหลลงเปรอะแก้มใสอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันถูกทำให้เลือนหายด้วยรอยจูบของผม แพขนตางอนสั่นระริก ทั้งที่คนรักของผมกำลังร้องไห้ แต่หัวใจผมกลับพองโต สิ่งที่ผมมองข้ามไป ผมมีความสุขที่ผมได้รักคาซึยะ แต่วันนี้เค้าทำให้ผมรู้ว่าผมควรจะเปิดรับและมีความสุขกับการที่ถูกคาซึยะรักเช่นกัน 

 

 

 

ผมกอดกระชับคนตัวเล็กของผมอย่างที่เคยทำ แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกว่าอ้อมกอดของคาซึยะที่ตอบกลับมานั้นช่างยิ่งใหญ่และอบอุ่นเหลือเกิน น่าแปลก.....

 

 

 

 

 

.....ความรักที่เหมือนเป็นสิ่งเล็กๆ แต่อานุภาพของมันมหาศาล.....

 

 

 

 

 

ผมควรจะขอบคุณความขี้ระแวงของตัวเองรึปล่าว ผมควรทำใช่ไหม เพราะไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีวันรู้ว่าคาซึยะก็รักผมมากเหมือนกัน ไม่ใช่สิ...เรารักกันต่างหากถึงจะถูก ใช่ไหมคาซึยะ...

 

 

 

 

 

The End.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

After The Scene of All ::

 

 

 

 

 

 

 

ไฟกลางบ้านถูกเปิดขึ้นให้เห็นเข็มนาฬิกาที่ชี้เวลาห้าทุ่มห้าสิบห้านาที และมันก็ทำให้เห็นถึงบางสิ่งที่แปลกไปภายในบ้าน

 

 

 

บนโต๊ะอาหารมีสปาเก๊ตตี้สองจานที่ถูกวางไว้ตรงตำแหน่งประจำของทั้งคู่ สปาเก๊ตตี้ที่ดูแล้วมันคงตั้งรอมาแล้วหลายชั่วโมง  เชิงเทียนกลางโต๊ะที่เทียนที่ปักไว้เหลือเพียงขี้ผึ้งที่โดนหลอมจนหมดแท่งแล้ว ถัดมากลางโต๊ะมีแจกันดอกไม้ตั้งอยู่อย่างสวยงาม ดอกเดซี่ที่จินชอบและดอกลิลลี่สีขาวของคาเมะ และข้างๆกันนั้นก็มีขวดน้ำหอมเจ้าปัญหาอยู่เคียงกับถุงมือไหมพรมสีขาวอีกข้างที่คาเมะยังปราณีไม่ขว้างใส่จินตามคู่มันไป

 

 

 

จินมองสิ่งที่คนรักเตรียมเอาไว้ด้วยความสำนึกผิด ทั้งที่นานๆทีคาซึยะถึงจะลุกขึ้นมาทำอาหาร ทั้งที่เป็นแบบนั้นเขากลับทำให้สิ่งที่ร่างเล็กอุตส่าห์ทำด้วยใจสูญเปล่า

 

 

 

ฉันขอโทษคาซึยะ  จินคุกเข่าลงสำนึกผิด เมื่อบอกเท่าไหร่จินก็ไม่ยอมลุกขึ้นร่างบางจึงคุกเข่าลงไปด้วยกันซะเลย

 

 

 

มือบางทาบลงบนแก้มของจินทั้งสองข้างให้มองตัวเอง ก่อนจะอวดยิ้มสวยๆที่จินหลงรักให้คนตัวโตสบายใจ

 

ฉันบอกว่าไม่เป็นไรไง แล้วอีกอย่าง...มันยังไม่ข้ามวันซะหน่อย เหลืออีกตั้ง 3 นาที เร็วเข้าลุกขึ้นมาชิมสปาเก๊ตตี้ฝีมือฉันเดี๋ยวนี้  ร่างบางลุกขึ้นก่อนจะฉุดอีกคนให้ลุกตาม ทั้งคู่เข้าประจำที่นั่งตัวเองก่อนจะรีบเอาเส้นที่ชืดแล้วชืดอีกเข้าปากอย่างเร็วเพราะกลัวจะข้ามเป็นอีกวันซะก่อน

 

 

 

แล้วก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ซอสสีสดเลอะรอบปากของคาซึยะ จินเอื้อมมือจะเช็ดให้แต่มือบางก็ชิงทำเองซะก่อน 

 

 

 

เดี๋ยวนายก็ทำท่าลามกอีก น่าอายจะตาย  ริมฝีปากบางว่าเข้าให้อย่างน่ารัก และหน้าหวานก็แดงเรื่อกับสิ่งที่ตัวเองพูด

 

 

 

ไม่ว่ายังไงคาซึยะก็ยังเหมือนเดิม ยังคงเขินอายทุกครั้ง ยังคงใจเต้นเพราะเขาเสมอ จินยิ้มกับตัวเองก่อนจะนึกได้ถึงขวดน้ำหอมตัวต้นเหตุนั่น

 

 

 

คาซึยะ แล้วน้ำหอมนี่ใครซื้อให้  ร่างสูงถามเสียงห้วนๆ จนคาเมะต้องเงยหน้าขึ้นมองกับคนที่จู่ๆก็เปลี่ยนอารมณ์

 

 

 

ร่างบางที่ได้ยินคำถามอ้าปากค้างอยู่สองวินาทีก่อนจะทำหน้าตึงใส่คนถามแทนคำตอบ

 

นายจะอยากรู้ทำไม มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรหนิ...ไม่เคยมีเลย  น้ำเสียงสะบัดของคนตัวเล็กทำเอาอารมณ์ขุ่นมัวของจินหายเป็นปลิดทิ้ง

 

 

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจกับท่าทางของคนรัก คนที่โกรธเรื่องน้ำหอมมันควรจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอที่แฟนตัวเองไปรับของจากใครมาก็ไม่รู้น่ะ แล้วทำไมคาซึยะถึงมาขว้างค้อนใส่กันแบบนี้ล่ะ ให้ตายเถอะผมงง!!

 

 

 

นายโกรธอะไรน่ะคาซึยะ คนที่ควรโกรธมันฉันไม่ใช่เหรอ

 

 

 

ใช่สิ ฉันมันบ้า โกรธไม่มีเหตุผล ฉันผิด..ผิดที่นายไม่เคยจำเรื่องของเราได้เลย!!  คาเมะคว้าขวดน้ำหอมกับถุงมือที่เหลืออยู่ข้างเดียวที่วางอยู่บนโต๊ะวิ่งหนีเข้าห้องนอนก่อนจะล็อคประตูให้ปิดตายอย่างดี

 

 

 

ร่างบางที่ยังกรุ่นกลิ่นของน้ำหอมจางๆเดินตรงมาที่ระเบียงนอกห้องอย่างเร็ว ยกมือข้างที่ถือขวดน้ำหอมทรงสวยกับถุงมือพร้อมที่จะขว้างมันทิ้งไปให้ไกลที่สุด แต่ก็ทำได้แค่คิด...เพราะมือข้างนั้นกลับตกลงที่ข้างลำตัวแทน 

 

 

 

ทั้งที่อยากจะขว้างมันให้ไกลที่สุดแต่ก็ทำไม่ได้ ของที่คนให้ไม่เคยคิดจะจำ..... 

 

มันคงมีแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้มอยู่ตอนนี้เท่านั้นที่เชื่อฟังคำสั่งของเขา

 

 

 

บ้าชะมัด อุตส่าห์ใส่น้ำหอมที่เค้าให้ แล้วไงล่ะคาซึยะ เค้าไม่คิดจะจำว่าเคยให้นายด้วยซ้ำ ตลกสิ้นดีเลย  คาเมะทิ้งตัวลงที่พื้นระเบียง ทั้งที่เพิ่งเข้าใจกันแท้ๆ แล้วนี่มันอะไร จินลืมแม้กระทั่งของที่เคยให้เขางั้นเหรอ 

 

 

 

 

 

....ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิจิน ว่าช่องว่างระหว่างเราจะสามารถเติมมันให้เต็มได้รึปล่าว....

 

 

 

 

 

 

 

.......ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว...สายลมเย็นๆที่ทำให้พวกเราได้พบกัน....... 

 

 

 

 

 

 

 

คาเมะหยิบถุงมือสีขาวขึ้นมาใส่ มันทำให้นึกถึงวันที่เจอกัน....แต่เรื่องพวกนั้นมีเขาคนเดียวที่จำได้รึไง....

 

ดวงหน้าหวานซุกลงบนมือของตัวเอง แผ่นหลังบางสั่นสะท้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจห้ามน้ำตาได้เลย

 

 

 

จินบ้า...งี่เง่าที่สุด  เสียงเครือตัดพ้อออกมาดังๆให้หายเศร้า ก่อนจะรับรู้ถึงอ้อมกอดอุ่นๆที่กระชับเข้ามาด้านหลัง

 

 

 

จินซุกหน้าลงบนบ่าเล็ก กระชับอ้อมกอดแน่นกลัวว่าคนตัวเล็กจะเดินหนีเขาไปอีก

 

ใช่ฉันมันบ้า งี่เง่าที่สุดด้วย

 

 

 

คาเมะจะขยับหนีในทีแรก แต่เมื่อคิดว่าขนาดหนีเข้าห้องลงล็อคอย่างดีจินยังเข้ามาได้ ถึงหนีไปอีกจินก็ตามมาอยู่ดีเลยได้แต่นิ่งฟัง

 

 

 

ขอโทษคาซึยะ ขอโทษ...แม้ว่านายจะไม่ให้อภัยแต่อยากให้ฟังฉันก่อน ฉันขอโทษที่ไม่รู้ว่าน้ำหอมนั่นฉันเป็นคนให้นาย ให้ตายเถอะ!! ฉันไม่รู้จริงๆ ก็ตอนเลือกฉันก็ให้พนักงานเขาเลือกให้ใส่กล่องของขวัญเรียบร้อย แล้วตอนเอามันมาให้นายฉันก็มองแต่หน้านายที่ดีใจกับของที่ฉันให้เท่านั้น อย่าว่าแต่กลิ่นเลย หน้าตาขวดมันเป็นยังไงฉันก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้นายจะยังโกรธฉันอีกเหรอ  จินกระชับกอดอีกครั้ง ซุกหน้าลงกับซอกคอนุ่มอย่างอ้อนๆ ก่อนจะจับมือของคาเมะข้างที่ไม่ได้ใส่ถุงมือขึ้นมาสวมถุงมืออีกข้างที่อยู่กับเขาให้

 

 

 

แต่ฉันจำได้ว่าถุงมือที่ฉันให้นายตอนเราเจอกันครั้งแรกมันเป็นสีดำ  เสียงทุ้มกระซิบที่ข้างหูเสนอตัวว่าไม่เคยลืมเรื่องของเราเลย

 

 

 

ใช่ ถุงมือที่นายให้ฉันมันเป็นสีดำ แต่คู่นี้ฉันตั้งใจจะให้นายในวันครบรอบของเราต่างหาก คาเมะทิ้งตัวพิงหลังคนรักก่อนจะดึงแขนที่โอบล้อมเขาไว้ให้กระชับขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่ได้ยินคำออดอ้อนเข้าหน่อยเขาก็หายโกรธซะแล้ว แต่จะทำไงได้ เมื่อจินเป็นคนที่ผมรักนี่ครับ

 

 

 

อันนี้ให้ฉันงั้นเหรอ  จินทวนคำเสียงตื่นเต้น และได้รับการพยักหน้าเป็นคำตอบจากคนในอ้อมกอด

 

 

 

ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มือหนากุมมือของคาเมะทั้งสองข้างอย่างรักใคร่ก่อนจะกระตุกดึงเอาถุงมือทั้งสองข้างออกจากมือคาเมะอย่างเร็ว 

 

 

 

งั้นฉันขอเลยนะ หนาวมือจะแย่อยู่แล้ว  ว่าเสร็จก็ลุกขึ้นหนีทันที ทำเอาคนที่พิงตัวอยู่แทบหัวคะมำ

 

 

 

คาเมะหน้าแดงแจ๋โมโหคนที่ชอบแกล้ง เสียงใสได้แต่ตะโกนว่าเมื่อยังพยุงตัวลุกขึ้นไม่ทัน

 

 

 

อาคานิชิคนบ้า!! ฉันไม่ให้นายแล้วเอาคืนมานะ!! ” คาเมะตะโกนเสียงดังว่าคนที่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้อง

 

 

 

จุ๊ๆๆ อย่าเสียงดังสิคาซึยะ นายไม่ชอบคนเสียงดังไม่ใช่เหรอ ห้ามคืนคำนะ  หน้าคมยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนคนที่โกรธจนควันออกหู ก่อนจะวิ่งหนีออกไปนอกห้องเมื่อเห็นว่าคาเมะลุกขึ้นได้แล้ว

 

 

 

กลับมานี่นะจิน!! ไอ้บ้าฉันจะเกลียดนายแล้ว คาเมะตะโกนไล่พร้อมวิ่งตามจินออกมานอกห้อง แต่เพียงแค่พ้นประตู สัมผัสนุ่มๆก็กดลงที่แก้มใสทันที

 

 

 

แต่ฉันรักนายที่สุดเลยล่ะคาซึยะ  จินที่ดักรออยู่แล้วยิ้มภูมิใจเมื่อเห็นหน้าใสๆนั้นแดงเข้มด้วยความอายเพราะเขาอีกครั้ง ก่อนจะออกวิ่งอีกเมื่อคาเมะเริ่มจะคว้าไม้เบสบอลมาเป็นผู้ช่วยแล้ว

 

 

 

หยุดนะจิน ไอ้บ้า..วันนี้ฉันต้องฟาดนายให้ได้ ~ ~ 

 

 

 

ทั้งสองคนวิ่งไล่กันอยู่นานจนในที่สุดกรรมก็ตามทันเมื่อจินสะดุดขาเก้าอี้ที่ตัวเองพยายามดึงมันมาขวางทางคาเมะ ร่างบางสะแยะยิ้มก่อนจะโถมตัวใส่คนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างแรง ริมฝีปากสีสวยยกยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะกระซิบลงที่ข้างหูของจินเบาๆ

 

 

 

ฉันก็รักนายที่สุดเหมือนกัน ^^ ”

 

 

 

 

 

The End again…

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้แต่งเข้าร่วมโครงการฟิคของบอร์ด Fixxx

 

เป็นเรื่องที่เราเองก็ชอบเหมือนกัน(ชมฟิคตัวเองซะงั้น ฮ่าๆๆ)

 

ชอบคาเมะที่ขี้เขิน ชอบจินที่ขี้แกล้ง ชอบจินที่ชอบทำให้เมะหน้าแดง ฮ่าๆๆ

 

สรุปชอบบุคลิกของทั้งคู่คร๊า...

 

 

 

ได้อ่านคอมเม้นต์ของ >M< แล้ว ขอบคุณมากนะจ๊าที่ชอบฟิคเรา

 

แอบปลื้ม ^///^ ฮ่าๆๆ แค่หนึ่งเสียงบอกว่าชอบก็ดีใจแล้ววว

 

โหวตไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราเอาลงขำๆ แต่แค่ตั้งใจจะโหวตให้ก็ปลื้มสุดๆแล้วววว

 

 

 

ขอบคุณมากค่า...

 

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน...

 

ขอบคุณสำหรับคำว่าชอบของคุณที่ทำให้เรามีกำลังใจแต่งฟิคเรื่อย...

 

 

 

link
edit @ 2007/06/03 22:02:51

edit @ 26 Jun 2009 13:52:55 by uke

edit @ 26 Jun 2009 13:55:13 by uke

[FIC] *** Make up me with your Lip!!! ***

posted on 03 Jun 2007 20:38 by uke283  in Jr-Fiction

[SHORTFIC]

Make up me with your Lip!!!

Cast : Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya

Author : Uke

.

คุณคิดว่าในชีวิตคนเราจะเกิดสิ่งที่เรียกว่าความบังเอิญได้กี่ครั้งกัน....

แต่สำหรับผม....แค่ครั้งเดียวก็เพียงพอ.....

คาเมะจัง!! คาเมะจัง..ทางนี้ ย่านฮาราจูกุที่วุ่นวาย วัยรุ่นมากมายเดินให้ขวักไขว่ แต่เสียงใสๆเจ้าของชุดขาวฟูฟ่องที่ถูกแต่งปลายด้วยลูกไม้กับท่าทางโบกไม้โบกมือเรียกก็ทำให้ร่างบางที่กำลังชะเง้อหากลุ่มเพื่อนรีบเดินปรี่เข้าไปหาอย่างเร็ว

ฮินะขอโทษที่มาช้านะ พอดีรถไฟมันมีปัญหานิดหน่อยกว่าจะมาถึงได้แทบแย่ คนมาสายอธิบายเหตุผลแถมด้วยคำบ่นต่อท้าย

เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะแต่นี่จะสายแล้วนะรีบๆแต่งตัวได้แล้ว หญิงสาวรีบดึงคาเมะให้นั่งลงก่อนจะแย่งกระเป๋าใบโตที่ร่างบางถือมาหวังจะช่วยจัดการด้วย

แล้วยามะพีล่ะ คนหน้าสวยถามออกมาเมื่อไม่เห็นเพื่อนอีกคนที่นัดกันเอาไว้

ยามะจังบอกว่าเจอกันหน้างานเลยน่ะ คงแวะไปที่ไหนก่อน

มือเล็กรีบเปิดกระเป๋าแข่งกับเวลาที่น้อยลงทุกทีๆ แต่พอเห็นของที่อยู่ข้างในเสียงแหลมๆก็ต้องร้องออกมาให้เจ้าของตัวจริงต้องขมวดคิ้ว

อะไรเนี่ยคาเมะ!! เราจะไปดูคอนเสิร์ตนะไม่ใช่จะไปสอบเข้ามหาลัยโตเกียว ฮินะแขวะคนตัวบางที่แบกหนังสือเล่มหนามาแทนที่จะเป็นชุดสไตล์โกธิกกับเครื่องสำอางครบชุด

ห๊ะ? คาเมะเลิกคิ้วขึ้นไม่เข้าใจที่หญิงสาวพูด มือเล็กที่สวมถุงมือตาข่ายสีเข้าชุดจึงยกกระเป๋าขึ้นเทของทุกอย่างลงพื้นให้เห็นเต็มตา

ที่นี้ก็ตอบฉันได้แล้วสินะว่าคาเมะหิ้วของพวกนี้มาทำไม ฮินะมองคนที่ตาโตอ้าปากค้างก็เข้าใจได้ทันทีว่าเพื่อนหน้าสวยของเธอเกิดอาการเอ๋อกำเริบอีกแล้ว แล้วนี่ไปสลับกระเป๋ากับนักเรียนแพทย์มารึไง ขนหนังสือเล่มหนาขนาดนี้ !!!

......แล้ววันนี้ฉันจะได้ไปดูคอนเสิร์ตไหมเนี่ยยยย......

ผมสีดำสนิทที่ไม่เคยผ่านการย้อมปรกลงละแก้มใสจนแทบจะไม่เห็นหน้าค่าตาของคนที่แต่งตัวแตกต่างจากคนอื่น ร่างบางในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนกลายเป็นจุดเด่นทันทีในที่ๆทุกคนต่างแต่งตัวเลียนแบบศิลปินวงร็อคที่ชื่นชอบ หน้าขาวใสก้มงุดไม่เงยขึ้นมาสบตาใครสักคน...แม้จะเคยชินกับการตกเป็นเป้าสายตาแต่นั่นไม่ใช่ตอนที่เขาไม่มีเครื่องสำอางฉาบอยู่บนหน้าแบบนี้

คาเมะจะก้มหาเศษตังค์รึไง หญิงสาวดุออกมาให้คนที่เอาแต่ก้มจนคางชิดอกต้องเงยขึ้นมอง...แต่มันก็แค่นิดเดียวเท่านั้น

ก็ฉันไม่มั่นใจนี่นา ดูดิทุกคนแต่งตัวกันหมดเลยมีแต่ฉันคนเดียว ว่าแล้วหน้าใสก็ก้มกลับลงไปตำแหน่งเดิมอีกครั้งให้เพื่อนสาวต้องถอนใจ

แล้วจะโทษใครล่ะ คาเมะอยากทำกระเป๋าหายเองนะ นี่ดีนะที่เก็บตั๋วไว้ที่ฉัน ไม่งั้นวันนี้คงไม่ต้องมีใครได้ดูคอนเสิร์ตกันพอดี ฮินะค้อนให้คนที่ทำตัวเองแล้วยังมาบ่นกระปอกกระแปดให้ฟังอีก

มันไม่ได้หายสักหน่อยก็แค่สลับไปก็เท่านั้น คาเมะเถียงออกมาให้หญิงสาวต้องตาโตใส่ในความรั้นไม่ยอมรับผิด

แล้วลองโทรเข้าโทรศัพท์ตัวเองรึยัง

ยังเลยก็ฮินะมัวแต่เร่งให้รีบมานี่ จะเอาเวลาที่ไหนโทรล่ะ คาเมะทำปากยื่นโยนความผิดให้เพื่อนจนหญิงสาวต้องโบกมือยอมแพ้ เถียงกับคนรั้นมีแต่เหนื่อยเปล่า

อ้าวคาเมะ!! นี่เทรนใหม่รึไง เหมือนระฆังช่วยชีวิต ฮินะรีบหันไปยิ้มให้คนมาใหม่ที่จะช่วยปราบคนหน้าสวยที่หัวดื้อให้อยู่หมัด

จะอะไรล่ะโรคเอ๋อกำเริบน่ะสิ ดันไปสับกระเป๋ากับใครก็ไม่รู้ หญิงสาวรีบหันไปฟ้องเพื่อนผิวสีน้ำผึ้งที่หน้าหวานไม่แพ้คนหัวรั้นตรงหน้า

คาเมะหันไปเห็นยามะพีก็ยิ่งเสียใจ ร่างสีน้ำผึ้งอยู่ในชุดสีดำสนิท เสื้อแขนกุดยาวครึ่งเอวเผยให้เห็นผิวนวลบริเวณเอวคอด ตะเข็บข้างตัวเสื้อถูกยึดด้วยเชือกเส้นเล็กที่ร้อยไขว้ไปมาเพิ่มความน่าค้นหาเป็นเท่าตัว กางเกงขายาวดำสนิทถูกทับด้วยกระโปรงยาวแค่เข่าที่ไล่ระดับชายให้ไม่เท่ากัน เรียวหน้าหวานก็ถูกตบแต่งให้เข้ากับสีชุด ตากลมโตถูกขับให้โดดเด่นด้วยการกรีดอายลายเนอร์ และริมฝีปากอิ่มก็แดงสวยอย่างน่ามอง

ยิ่งเห็นชุดของยามะพีร่างบางก็ยิ่งโมโหตัวเอง ชุดของคาเมะนั้นคล้ายกับของยามะพีเพราะตัดมาคู่กันเพียงแต่ของร่างบางเป็นกางเกงสั้นแค่น่องและมีที่รัดขาเป็นหนังสีดำที่ยาวจากข้อเท้าขึ้นมาถึงเข่าเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวตรงขาเรียว อีกอย่างในกระเป๋าใบนั้นมีทั้งเครื่องสำอางครบชุดแล้วก็สร้อยคอของวิเวียนที่เขาอุตส่าห์เก็บเงินซื้อแทบตาย ไอ้บ้าที่ไหนมันมาหยิบกระเป๋าของเขาผิดไปนะ!!!

แล้วลองติดต่อเจ้าของกระเป๋านี่รึยัง ยามะพีถามออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อรู้เหตุผลของคนที่ไม่เคยพลาดแต่งคอสเพลย์อย่างคาเมะกลับแต่งตัวธรรมดามาดูคอนเสิร์ต

ยังเลย ก็เพราะฮินะนั่นแหละ... คาเมะเตรียมจะโยนความผิดให้เพื่อนแต่อีกคนก็ไม่ยอมอยู่เฉยให้กล่าวหา

เพราะฉันที่ไหนมันผิดตั้งแต่คาเมะมาสายแล้วแถมยังทำกระเป๋าหายอีก!! 

ก็บอกว่าไม่ได้หายแค่สลับกันเฉยๆ!! คาเมะก็ยื่นหน้าใส่คืนเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครจนคนกลางทนไม่ไหว

หยุด!!!!!! ยามะพีตะโกนดังลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง ร่างสีน้ำผึ้งปรับใบหน้าที่ราวกับจะฆ่าคนได้เมื่อครู่เป็นส่งยิ้มหวานๆให้เพื่อนทั้งสองคนต้องสยองในความเยือกเย็นที่แฝงไว้ใต้รอยยิ้มสวย

เรื่องนี้เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน แต่ตอนนี้คอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว เห็นด้วยไหมคาเมะ ร่างสีน้ำผึ้งหันมาโปรยยิ้มให้จนคาเมะรีบพยักหน้ารับแทบไม่ทัน

ฮินะล่ะ ยามะพีหันไปโปรยยิ้มให้คู่กรณีอีกคนและก็ได้คำตอบรับอย่างฉะฉานทันที

จ๊ะๆ เห็นด้วยที่สุดเลย

งั้นก็ดีแล้วเราเข้าไปกันเถอะ คนตาโตยิ้มเย็นๆอีกครั้งก่อนจะเดินนำไปให้สองคนที่เหลือข้างหลังต้องรีบเข้ามาใกล้กันก่อนจูงมือกันไปราวกับไม่เคยเถียงกันมาก่อนหน้า

.......เพราะถ้าขืนให้ยามะพีไกล่เกลี่ยให้ล่ะก็ รีบๆคืนดีกันเองจะปลอดภัยที่สุด.......

x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x

เสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นลั่นฮอลล์ประสานกับเสียงตบมือก้องกังวานเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคอนเสิร์ตที่ผ่านมากว่าสามชั่วโมงใกล้จะจบลงแล้ว แต่ถึงจะผ่านการอังกอร์มาสองรอบแต่แฟนเพลงก็ยังตะโกนลั่นหวังจะให้ศิลปินขึ้นมาแสดงอีก แต่แสงไฟที่ค่อยๆหรี่ลงก็บอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความประทับใจได้เดินมาถึงปลายทางแล้ว คนมากมายทยอยต่อแถวกันออกจากโดมแต่ถึงอย่างนั้นเสียงเซ็งแซ่ที่พูดถึงความสนุกกับช่วงเวลาสามชั่วโมงที่เพิ่งผ่านก็ยังไม่สิ้นสุดไม่เว้นแม้แต่กลุ่มของคนที่แต่งตัวแปลกแยกจากคนอื่น

สนุกสุดๆไปเลย เห็นรึปล่าวโทชิยะซังเท่ชะมัด ร่างสีน้ำผึ้งแย้มรอยยิ้มสดใสอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงคนที่ตนปลื้ม

ใช่ๆๆ แล้วเสียงของเคียวซังนะก็เยี่ยมที่สุดเลย ดีจังเลยที่ได้มาดูวันนี้ หญิงสาวหันมายิ้มกว้างกับเพื่อนสนับสนุนความประทับใจที่น่าจดจำ

ยามะพีพยักหน้าเอออออย่างเห็นด้วยแต่ก็ต้องหันมามองร่างบางหน้าขาวใสที่เงียบไม่พูดอะไรต่างจากทุกที

เป็นอะไรคาเมะ ไม่สนุกรึไง

คาเมะส่ายหน้าช้าๆก่อนจะบอกเหตุผลที่เขาไม่สามารถมีความสุขได้อย่างเต็มที่

ปล่าว...สนุกมาก ถ้าจะไม่รวมสายตาคนรอบข้างที่มองมาที่ฉันแปลกๆน่ะ คาเมะหน้างอพูดเมื่อใครต่อใครต่างก็พากันมองมาอย่างกับเขาเป็นตัวประหลาด

ช่างสิสนใจทำไม ว่าแต่รีบๆโทรไปหาคนที่สับกระเป๋ากันเถอะ เอานี่เอาเครื่องฉันโทรก็ได้ ยามะพียื่นมือถือเครื่องบางให้และแม้แต่ที่ห้อยโทรศัพท์ก็ยังเป็นตัว T ที่ย่อมาจาก Toshiya มือเบสที่ชื่นชอบ

คาเมะรับเครื่องมือสื่อสารมา นิ้วเรียวกดเบอร์โทรของตัวเองก่อนจะเอาแนบหูเพื่อรอการตอบรับจากปลายทาง

นี่ถ้าเกิดเจ้าของกระเป๋านี่ไม่ยอมคืนให้จะทำยังไง ในนี้มีแต่หนังสือเท่านั้นไม่มีของมีค่าสักอย่าง แต่ของคาเมะสิเอาไปขายต่อคงได้อื้อซ่า หญิงสาวกอดอกคาดการอย่างใช้หลักความเห็นแก่ตัวของมนุษย์

ไม่แน่หรอก บางทีหนังสือนี่อาจจะมีค่ากับเจ้าของเขามากกว่าที่เราคิดก็ได้ ฮินะมองใบหน้าหวานที่ปั้นยิ้มราวกับแม่พระก็ต้องพยักหน้ารับออกมา พอดีก็อย่างกับนางฟ้า แต่พอร้ายละก็ซาตานยังเรียกพี่ แล้วอย่างนี้ใครจะกล้าขัดยามะพีกัน

คาเมะนิ่งฟังเพื่อนแสดงความเห็นอย่างเงียบๆเพราะตอนนี้ใจเขาจดจ่ออยู่แต่กับเสียงสัญญาณที่ยังไร้การสนใจจากอีกฝ่าย

อ๊ะ!! ฮัลโหลๆ ร่างบางเสียงสูงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่ผ่านมากรอกหู

กระเป๋าของคุณสลับกับของผม ผมอยากได้มันคืนวันนี้ คุณเอามาเปลี่ยนตอนนี้เลยได้ไหม เพื่อนผู้ใคร่รู้ทั้งสองกรูกันเข้าไปแนบหูลงใกล้โทรศัพท์ที่อยู่ในมือขาวทันที

ได้ๆที่ร้านกาแฟหน้าสถานีนะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน คาเมะพยักหน้ารับตามคำพูดไปด้วย ใบหน้าซึมๆเมื่อครู่แจ่มใสขึ้นทันทีที่จะได้ของคืน

เป็นไง เขาจะเอามาคืนให้ใช่ไหม คนตาโตรีบถามทันทีที่เห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้น

อือ นัดกันหน้าสถานีเมื่อเช้า ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าจะไม่ได้คืนซะแล้ว ร่างบางถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาที่ชี้บอกว่าสองทุ่มแล้ว

ยามะพีกับฮินะกลับก่อนก็ได้นะ นี่ก็ค่ำแล้วบ้านพวกเธอไกลออก ขืนกลับดึกเดี๋ยวจะโดนดุนะ คาเมะยิ้มให้บางๆเมื่อเพื่อนยังคงทำหน้าเป็นห่วงจะไม่ยอมกลับ

ไม่เป็นไรฉันไปคนเดียวได้ หน้าสถานีคนเยอะแยะขืนหมอนั่นเกิดตุกติกฉันจะแหกปากร้องดังๆเลย ร่างบางยิ้มทะเล้นก่อนจะดันหลังเพื่อนที่อยู่ทางเดียวกันให้กลับสักที

ก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดนะ ยามะพีดึงมือขาวขึ้นมาจับไว้เรียกรอยยิ้มขอบคุณจากคนหน้าใสได้อย่างดี

คาเมะโบกมือบ๊ายบายเพื่อนทั้งสองอีกครั้งก่อนจะหยิบกระเป๋าใบหนักที่เต็มไปด้วยหนังสือขึ้นมาเพื่อมุ่งหน้าไปสู่จุดนัดหมาย ที่จริงเขาน่าจะรู้สึกตั้งแต่ถือกระเป๋าใบนี้แล้ว มันหนักกว่าของเขาตั้งเยอะ หรือว่าเขาจะเป็นโรคเอ๋อ อย่างที่ฮินะชอบว่าจริงๆเนี่ย -_-

.................................................

...........................

.............

คาเมะมาถึงที่ร้านกาแฟก่อนเวลาที่นัดไว้ ร่างบางเลือกที่จะนั่งด้านในสุดของร้านหลบความวุ่นวายที่เขาไม่ค่อยจะชอบนัก มือขาววางกระเป๋าใบโตไว้บนโต๊ะเพื่อเป็นจุดสังเกตให้คนมาที่หลังรู้ว่าเขาคือคนที่สับเปลี่ยนกระเป๋ากัน ตาเรียวสวยหันซ้ายหันขวาอย่างไม่มีอะไรทำ และเมื่อนึกขึ้นได้มือขาวจึงเลื่อนเปิดกระเป๋าตรงหน้าออกหยิบหนังสือเล่มหนาที่อยู่ข้างในหวังจะให้ช่วยฆ่าเวลาในการรอคอย

ปรัชญากับการดำเนินชีวิต

เรียวปากสีอ่อนขยับตามตัวหนังสือที่อยู่บนปกสีขรึม คาเมะขมวดคิ้วคิดภาพคนที่เป็นเจ้าของหนังสืออ่านยากแบบนี้ คงจะใส่แว่นหนาๆ หวีผมเรียบแปล้ ทับเสื้อในกางเกงทุกครั้ง ดีไม่ดีอาจจะนุ่งกางเกงสูงๆด้วยก็ได้.

เสียงหัวเราะสดใสดังออกมาทันทีกับภาพที่วาดไว้ในสมองตัวเอง แต่แล้วมันก็ต้องสะดุดลงเมื่อเสียงทุ้มหนักดังขึ้นตรงหน้าเขา

คุณคือเจ้าของกระเป๋าใบนี้ใช่ไหม เรียวหน้าสวยเงยขึ้นจากหนังสือตรงหน้า และเพียงสบสายตาคมร่างบางก็แทบจะนึกภาพที่เขาวาดไว้เมื่อครู่ไม่ออกแล้ว ชายหนุ่มที่เคยคิดว่าคงใส่แว่นหนากลับไม่มีสิ่งใดปิดกั้นสายตาคมสีเข้มสวย เรียวหน้าคมขาวจัดรับกับริมฝีปากอิ่มแดงที่ดูน่าหลงใหล ผมหนาถูกย้อมด้วยสีน้ำตาลทองที่ล้อแสงจนแสบตา หนำซ้ำการแต่งตัวก็ราวกับหลุดออกมาจากหนังสือแฟชั่นทำเอาคนเห็นต้องกลั้นหายใจไปชั่วครู่ทีเดียว

ว่าไง มัวแต่จ้องหน้าอยู่นั่นหล่ะ หลงเสน่ห์ฉันรึไง คนมาใหม่ยิ้มยั่วที่มุมปากและเพียงแค่นั้นคาเมะก็แทบจะไม่เหลือความชื่นชมในหน้าตาที่เทียบไม่ได้กับนิสัยยอดแย่นี่เลย

หลงตัวเอง!! คุณมาก็ดีแล้ว เอากระเป๋าคุณคืนไปแล้วก็เอาของผมคืนมาจะได้จบๆเรื่องกันซะที คาเมะหยัดยืนขึ้นอย่างโมโห ผลักกระเป๋าที่วางอยู่กลางโต๊ะไปให้พร้อมยื่นมือขอของตัวเองคืน

ชายหนุ่มหยักยิ้มอย่างชอบใจในอาการยั่วขึ้นของคนตัวเล็ก มือใหญ่ยื่นกระเป๋าคืนให้ตามที่เจ้าของขอ คาเมะดึงกระเป๋าตัวเองกลับมาแรงๆก่อนจะรีบเดินไปให้พ้นคนที่มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียว

หน้าตาก็ดีไม่น่าชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงเลยนะ แต่ดูๆแล้วฉันว่าชุดนั้นก็เข้ากับเธอไม่เบา เสื้อแขนกุดเอวลอยอวดเอวคอด กางเกงขาสั้นที่อวดขาขาวๆนั่นพอใส่แล้วคงจะเซ็กซี่น่าดูเลย ร่างสูงทำเสียงแหบต่ำพูดอย่างจาบจ้วง ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่ชุดที่ว่าแต่คาเมะกลับรู้สึกเหมือนกำลังใส่ชุดโชว์ผิวสวยให้ชายหนุ่มแทะโลมอย่างที่พูดจริงๆ

ร่างบางตัวชาหน้าตึงกับถ้อยคำที่ราวกับดูถูกสิ่งที่เขาชอบ คาเมะตวัดหน้ามองอย่างไม่พอใจ เรียวตาสวยกร้าวแข็งใส่คนที่ยืนยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว

คุณ!! มารยาทแย่ที่สุด!! คุณแอบดูของในกระเป๋าผม!!  เสียงแหบแหวใส่ไม่สนใจสายตาประชาชีที่เริ่มจ้องมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียว

มันก็หายกันแล้วนี่ นายก็แอบดูของในกระเป๋าฉันเหมือนกัน ชายหนุ่มเบนสายตาให้คาเมะมองตามหนังสือที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะและมันคงออกมาเองไม่ได้แน่ถ้าไม่มีใครหยิบออกมา

คาเมะหน้าชาวาบราวกับถูกตอกกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดทั้งที่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยว่ากล่าวอะไรสักคำ อกบางสะท้อนขึ้นลงแรงๆอีกครั้งก่อนจะหุนหันออกไปจากร้านที่เขากลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาทันที

ชายหนุ่มยิ้มมองแผ่นหลังบางที่เดินเร็วๆออกไปจนพ้นร้านอย่างชอบใจ มือหนายกขึ้นกดโทรศัพท์มือถือในมือไปยังหมายเลขที่เขาแอบเมมมาจากเครื่องของคนตัวเล็ก ก่อนจะกรอกเสียงลงไปเมื่อมีคนรับสาย

ขอโทษนะครับพอดีผมติดธุระนิดหน่อยเลยมาถึงที่นัดช้า แล้วเจ้าของกระเป๋าเขาก็กลับไปแล้วไม่ทราบว่าคุณจะช่วยบอกที่อยู่ของเขาให้ผมทีได้ไหม ผมมีเรื่องที่ต้องใช้ของในกระเป๋านั่นวันนี้ด้วยสิ ร่างสูงบีบเสียงให้น่าสงสารก่อนจะต้องเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อคนขี้สงสารปลายสายหลงเชื่อเรื่องโกหกคำโตซะสนิทใจ

ขอบคุณมากนะครับ ไม่ได้คุณผมต้องแย่แน่ๆ จินตบท้ายด้วยประโยคขอบคุณอย่างสุดซึ้งก่อนจะตัดปลายสายทิ้งไป

ชายหนุ่มหยักยิ้มด้วยความยินดีอีกครั้งกับข้อมูลที่ได้มาซะละเอียดยิบ ก่อนจะกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เหลือเกิน

ยินดีที่ได้รู้จักนะคาเมนาชิ คาซึยะ

x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x

ฮัดเช้ย!!  มือขาวที่กำลังไล่เช็ดความชื้นออกจากผมนุ่มต้องเปลี่ยนมาขยี้จมูกโด่งรั้นแรงๆเมื่อรู้สึกคัดจมูก เสียงใสพึมพำกับตัวเองก่อนจะไล่เช็ดผมที่ยังคงเปียกชื้นตามเดิม

จะเป็นหวัดรึไงนะ

~กิ๊ง~ก่อง~

ออดหน้าบ้านดังขึ้นให้ร่างบางต้องขมวดคิ้วน้อยๆ ....ดึกป่านนี้แล้วใครยังมาหาอีก....

คาซึยะไปเปิดประตูให้แม่หน่อยลูก เสียงคุณนายคาเมะนาชิดังขึ้นมาให้คาเมะต้องจำใจลงไปเปิดประตูให้คนที่มาไม่เกรงใจเวลาส่วนตัวของเจ้าของบ้าน

ครับ ร่างบางขานเบาๆตามมารยาทก่อนจะต้องตาโตเมื่อชายที่ยืนอยู่หน้าประตูคือคนที่เขาเพิ่งได้เคยเห็นไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง

คุณ!! มาทำอะไรที่นี่!! คาเมะตวาดเสียงเบาเพราะกลัวคุณแม่คนสวยที่อยู่ข้างในจะได้ยิน

ถามได้ บ้านทั้งหลังฉันรู้จักนายคนเดียวฉันก็ต้องมาหานายสิ ร่างสูงยิ้มยียวนตอบให้คาเมะแทบจะแหวใส่ ถ้าไม่มีเสียงใจดีดังขึ้นซะก่อน

ใครมาลูกคาซึยะ คุณแม่ยังสาวเดินออกมาดูเมื่อลูกชายที่ใช้ให้มาเปิดประตูรับแขกหายเงียบไปเฉยๆ

เอ่อ...

สวัสดีครับคุณแม่ ผมชื่ออาคานิชิ จิน ครับ เป็นรุ่นพี่ของคาเมะเขา พรุ่งนี้คาเมะจะมีสอบผมก็เลยอาสามาติวให้น่ะครับ จินตัดบทชิงพูดก่อนร่างบางจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มโปรยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ จนคุณแม่ยังแอบเคลิ้มตามไปด้วย

อย่างนั้นเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาสิไม่ต้องเกรงใจนะ คาซึยะทำไมไม่เชิญพี่เขาเข้าบ้านล่ะลูกเด็กคนนี้หนิ อย่าถือสาเลยนะจ๊ะลูกคนนี้ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวแบบนี้แหละ คุณนายคาเมะนาชิดันลูกชายให้พาแขกขึ้นไปคุยที่ห้องก่อนจะรีบเข้าครัวไปหาของว่างมาให้รุ่นพี่ของลูกชายที่หล่อร้ายกาจเหลือเกิน

ร่างสูงเดินตามคนตัวบางที่กระแทกเท้าเป็นว่าเล่นก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ห้องนอนสีขาวซึ่งตัดกับของตกแต่งส่วนใหญ่ที่เป็นสีดำ รวมถึงชุดที่เขาเพิ่งจะได้เห็นวันนี้ก็ถูกแขวนเอาไว้เป็นเครื่องตกแต่งห้องอีกชิ้นหนึ่ง และเพียงแค่ประตูงับปิดลง เสียงเข้มๆก็ดังขึ้นทันที

คุณมาทำไม

.

คาเมะตวัดมองอย่างโมโหเมื่อคนที่ไม่ได้รับเชิญถือดีเดินชมห้องเขาราวกับอยู่ในพิพิธภัณฑ์

นี่!! ใครใช้ให้คุณมายุ่งกับของๆผมกัน มือขาวดึงมือใหญ่ที่จับลงบนโปสเตอร์สุดหวงที่ถูกติดอยู่ข้างผนังห้องออกทันทีที่เรียวตาสวยเหลือบไปเห็น

อยากจับมือฉันก็บอกกันดีๆก็ได้ ฉันไม่คิดค่าสึกหรอหรอก จินยึดมือขาวที่เข้ามาสัมผัสไว้แน่นให้คนตัวเล็กต้องควันออกหูกับคำพูดที่หลงตัวเองสุดๆ แต่อีกเสี้ยวนึงเค้ากลับอดใจเต้นไม่ได้กับสายตาคมเจ้าชู้ที่มองมา

ทุเรศ!! คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่!! ปล่อยนะ!!  คาเมะกระชากมือออกแรงๆแต่ทำยังไงมือหนาแน่นนี่ก็ไม่ยอมหลุด จินหัวเราะอย่างชอบใจกับคนดื้อหัวรั้นแต่ก็น่ามองไปซะหมด

จะปล่อยหรือไม่ปล่อย!! คาเมะขู่เสียงเข้มแต่ชายหนุ่มก็ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน เรียวตาสวยสบมองอย่างแค้นเคืองหอบหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งก่อนจะทุ่มแรงทั้งหมดที่มีดึงมือตัวเองออกมา แต่แล้ว....

เป็นไงกันบ้างลูก อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว เสียงหวานของคุณนายคาเมะนาชิดังพร้อมกับประตูที่เปิดออก และเหมือนรู้แกวมือหนาปล่อยมือเล็กของคนตัวบางออกพอดีกับจังหวะที่คาเมะกระชากตัวเองซะสุดแรงจนต้องกลิ้งลงไปกับพื้นเพราะแรงที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองเต็มๆ

คาเมะลงไปนอนหงายหลังอยู่กับพื้น ดีที่พื้นห้องถูกปูด้วยพรมนุ่มไม่อย่างนั้นเขาคงจุกจนพูดไม่ออกไปแล้ว แต่ถึงจะไม่เจ็บขนาดนั้นแต่มันก็เจ็บเพราะเจ้าคนหน้าด้านนี่อยู่ดีนั่นแหละ!!!

อ้าวคาซึยะ ทำไมลงไปนอนอย่างนั้นล่ะลูก คุณแม่หันมองลูกชายที่ลงไปนอนหงายไม่เป็นท่าก็ต้องถามออกมา

พอดีเมื่อกี้เราเล่นมวยปล้ำกันอยู่น่ะครับ จินแก้ตัวออกมาแทนคนที่ดูยังเจ็บจนหาเหตุผลไม่เจอให้ผู้เป็นแม่พยักหน้าเข้าใจ

อย่าเอาแต่เล่นกันนะจ๊ะ พรุ่งนี้มีสอบไม่ใช่เหรอคาซึยะ ขยันอ่านหนังสือเข้านะพี่เขาอุตส่าห์มาติวให้แล้ว คุณแม่ส่งสายตาดุให้ทีหนึ่งก่อนจะออกไปให้ความส่วนตัวกับลูกชายโดยไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวน่ะไม่ต้องการ

คาเมะมองคนที่ยืนอยู่กลางห้องตาเขียวปั้ด เขาอยากตะโกนบอกเหลือเกินว่าไม่รู้จักหมอนี่สักนิด ชื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย แล้วทำไมเขาต้องมาอดทนกับคนที่ไม่รู้จักและไม่อยากจะรู้จักด้วย!!

คุณมาที่นี่ทำไม..ต้องการอะไรกันแน่ คาเมะข่มอารมณ์ให้สงบถามออกไปเสียงเรียบ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมบอกเหตุผลอยู่ดี

เรียกคุณๆอยู่นั่นแหละ เสียมารยาทจัง ฉันชื่ออาคานิชิ จิน จะเรียกพี่จินก็ไม่เลวนะ ร่างสูงหยักยิ้มชวนโมโหแถไปเรื่องอื่นไม่ยอมตอบคำถามที่เจ้าของบ้านคาดคั้นตั้งแต่เขามาถึง

ใครสนกัน อยากเรียกแบบไหนผมก็จะเรียกแบบนั้น คาเมะเชิดหน้าขึ้นสูงไม่ยอมทำตามที่อีกคนต้องการและนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มชอบใจในความพยศที่น่ากำหลาบให้อยู่หมัด

ก็ตามใจ นี่ที่รัก...คุณแต่งคอสแบบนี้มานานแล้วเหรอ จินเดินไปที่ชุดซึ่งถูกแขวนไว้ก่อนจะพลิกมองอย่างพิจารณา แต่นั่นไม่ทำให้คาเมะต้องควันออกหูเท่ากับสรรพนามที่ร่างสูงจงใจเรียก

ใครใช้ให้คุณเรียกผมแบบนั้น!! ร่างบางถลึงตาอย่างโมโหแต่แก้มใสกลับแดงปลั่งให้จินยิ่งยิ้มอย่างพอใจ

ฉันอยากเรียกแบบไหนฉันก็จะเรียกแบบนั้น เข้าใจไหมจ๊ะที่รัก... จินทำเสียงหวานหยดให้ร่างบางต้องขนลุก หน้าหวานงอเง้าที่ไม่สามารถตอบโต้คนหน้าหนาที่อยู่ดีๆก็มาบุกรุกบ้านเขา

คุณจินผมจะถามอีกครั้งคุณต้องการอะไร คาเมะกัดฟันพูดอย่างที่อีกคนอยากได้ยิน ให้ตายเถอะทำไมเขาต้องมายอมแพ้ให้ใครก็ไม่รู้ด้วย!!!!

ชายหนุ่มเผยยิ้มพอใจก่อนจะนั่งลงใกล้กับคนตัวบางให้คาเมะต้องเขยิบออกกับความใกล้ชิดที่เกินควร

อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ฉันอยากรู้ว่าเธอแต่งคอสมานานแล้วใช่ไหม ร่างบางกลอกตามองงงๆแต่ก็พยักหน้ารับออกมา

ฉันก็แค่อยากลองแต่งบ้าง เธอช่วยสอนฉันหน่อยสิ จินส่งแววตาขอร้องเหมือนลูกแมวตัวน้อยจนคาเมะต้องเมินหน้าหนีจากสายตาอ้อนตรงหน้า

......จะสายตาคมปลาบอย่างเจ้าชู้ หรือสายตาขี้อ้อนแบบเด็กๆ ทำไมถึงได้หวั่นไหวไปซะทุกครั้งที่ได้มองด้วยนะ!!!.....

เรื่องนั้นทำไมต้องมาถามผมด้วย เพื่อนคุณไม่มีรึไง วงหน้าขาวยังคงไม่ยอมหันมาสบตา แต่ร่างสูงก็ไม่ยอม มือหนาเชยคางมนให้หันมาสบตาแต่โดยดี

แค่เธฮคนเดียว.........คนที่ฉันรู้จักแล้วแต่งคอสมีแค่เธอคนเดียว คาเมะหัวใจวูบไหวไปกับคำขึ้นประโยค ยิ่งสายตาคมที่จริงจังนั้นราวกับบอกว่ามีเพียงเขาคนเดียว แต่พอฟังจนจบฟันคมก็ต้องขบลงบนริมฝีปากบางน้อยๆที่หลงคิดอะไรบ้าๆแบบนั้น ทำไมจะต้องใจเต้นด้วย....เขาเกลียดขี้หน้าเจ้าคนปากเสียหลงตัวเองนี่ไม่ใช่รึไง!!

ก็ได้สอนก็ได้ เอามือออกได้แล้ว คาเมะปัดนิ้วยาวที่สัมผัสอยู่ที่คางออก และร่างสูงก็ไม่ขัดอะไร

คุณก็แค่ไปที่ร้านแล้วก็ซื้อชุดมา ท่าทางคุณคงจะรวยนี่ แบบคุณซื้อได้สบายไม่ต้องทำเองหรอก หน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอธิบายอย่างคนมีประสบการณ์สูงกว่า

เอ๋...ชุดทั้งหมดนี่เธอตัดเองงั้นเหรอ จินที่ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าที่มีชุดคอสแบบต่างๆเต็มไปหมดก็ต้องตาโต

ใช่ สวยใช่ไหมล่ะ คาเมะยิ้มอย่างภูมิใจจนลืมต่อว่าคนที่เปิดตู้ดูโดยไม่ได้รับอนุญาต

เธอตัดชุดให้ฉันบ้างได้ไหม ใบหน้าคมหันมายิ้มอ้อนๆให้ และเป็นอีกครั้งแล้วที่คาเมะต้องรีบเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นทั้งๆที่ไม่มีเหตุผลจะต้องหลบสักนิด

เรื่องอะไรล่ะ คุณก็ไปซื้อเอาเองสิ จ้างคนอื่นตัดก็ได้

ฉันอยากให้เธอทำหนินะคาเมะนะ

ไม่

คาเมะขอร้องล่ะ

ไม่

ที่รักตัดให้ผมเถอะนะ จินงัดไม้ตายมาใช้และมันก็เรียกหน้าแดงระเรื่อบนผิวขาวใสได้ทันที

ห้ามเรียกแบบนั้น!! คาเมะหน้าแดงจัดเอามือปิดหูกั้นเสียงแต่มันก็ยังเล็ดลอดมาให้ได้ยินจนได้

ที่รักทำให้ผมหน่อยนะครับ นะ..ที่รัก..น๊า

โอ๊ย!! พอแล้ว..ทำให้ก็ได้ คาเมะสะบัดตัวอย่างหงุดหงิด ผิดกับจินที่ยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะรีบปรี่เข้าไปใกล้คนตัวบาง

คุณจินคุณจะเข้ามาใกล้ผมทำไม คาเมะมองตาขวางเขยิบหนีคนที่กระแซะมานั่งใกล้

ก็จะให้วัดตัวไง จินยิ้มทะเล้น และคาเมะก็ต้องลุกไปหยิบสายวัดมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ลุกขึ้นสิ ร่างบางสั่งเสียงเหวี่ยงแต่คนรับคำสั่งกลับยิ้มร่ายอมทำตามอย่างว่าง่าย

ร่างสูงยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกางมือออกให้ความร่วมมืออย่างดี คาเมะมองคนที่ยืนหน้าตากรุ้มกริ่มแล้วก็ต้องเม้มปากแน่น ร่างบางเลือกที่จะเดินไปวัดไหล่จากด้านหลังเป็นที่แรกพร้อมจดตัวเลขยุกยิกลงในกระดาษขาว แขนเรียวยื่นสอดใต้แขนแกร่งมาด้านหน้าเมื่อที่ต่อไปที่ต้องวัดคืออกกว้าง

ฮึๆ เพิ่งเคยเห็นเขาวัดตัวกันจากด้านหลัง จินแซวขึ้นเมื่อคนที่วุ่นวัดตัวคงจะปักหลักวัดจากข้างหลังเขา

อย่าพูดมาก ผมมีวิธีของผมแล้วกัน คาเมะค้อนควับให้แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เห็น แต่ก็อดจะยอมรับไม่ได้เลยว่าเขาไม่กล้าที่จะวัดตัวทางด้านหน้าจริงๆ สายตาคมที่มองมานั้นมันกำลังทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง

เธอกลัวฉันเหรอคาเมะ เสียงทุ้มลึกแฝงแววท้าทายอย่างชัดเจนและแน่นอนว่าจินตั้งใจจะยั่วยุคนพยศที่เกลียดความพ่ายแพ้อย่างจงใจ

ใครกลัวกัน !!! ทำไมผมจะต้องกลัวคุณด้วย คาเมะเลือดขึ้นหน้าทันทีได้ยินแต่เสียงวิ๊งๆอยู่ในหัว ไม่มีทางที่คาเมนาชิคนนี้จะยอมให้ใครมาดูถูกง่ายๆ

ก็ท่าทางเธอมันก็บอกอยู่ชัดๆ ที่วัดตัวแบบนี้เพราะกลัวจะตกหลุมรักฉันรึไง จินยังคงกวนอารมณ์อย่างต่อเนื่องและมันก็เห็นผลทันตาเมื่อร่างบางๆย้ายตัวเองกลับมายืนอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มทันที

ฝันไปเถอะใครจะหลงรักคนหลงตัวเองแบบคุณ คาเมะเบะปากให้ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่อีกครั้ง

แขนเรียวสอดเข้าใต้แขนแกร่งแบบเดิมเพียงแต่ครั้งนี้เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับนายแบบที่ถูกวัดตัว เพราะอกที่กว้างและหนาของชายหนุ่มทำให้แขนเรียวต้องยื่นปลายสายวัดไปจนสุดแขนราวกับโอบกอดชายหนุ่มอย่างเต็มใจซะเอง วงหน้าสวยที่แนบอยู่กับแผ่นอกกว้างต้องแดงจัดเพราะรับรู้ถึงแรงเต้นถี่ที่ดังอยู่ข้างหู คาเมะรีบดึงปลายสายให้พอดีก่อนจะดันตัวออกห่างแต่มือหนาที่เคยกางออกกลับจับยึดตัวเขาไว้ให้ค้างอยู่ที่เดิม

อกฉันกว้างเท่าไหร่กัน จินพ่นถามใกล้ใบหูขาวให้ร่างบางต้องเกร็งเขม็งจนชาทั้งตัว

วะ...วัดเสร็จเดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ คาเมะก้มหน้าลงต่ำไม่เงยมามองอะไรทั้งนั้น ใจดวงน้อยเต้นรัวไปตามความใกล้ชิดที่กินเวลายาวนานเพราะแรงฉุดรั้งจากร่างสูง มือเรียวสั่นน้อยๆเมื่อลมหายใจร้อนยังคงรินรดอยู่ตามใบหูและซอกคอหอมกรุ่นไม่ห่าง....ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย....ความรู้สึกที่เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ....คุณกำลังทำอะไรกับผมกันคุณจิน....

งั้นก็วัดต่อเถอะ ชายหนุ่มคลายมือที่จับคาเมะเอาไว้ แต่เพียงแค่นั้นขาเรียวที่สั่นเมื่อไร้การพยุงมันก็ทรุดลงทันที คาเมะหน้าแดงฉาดกับท่าทางอ่อนเปลี้ยแค่อยู่ในอ้อมกอดคนตรงหน้าเท่านั้น แต่เขาก็เร็วพอที่จะทำท่าเป็นวัดความยาวของขาแทน

ร่างบางนั่งคุกเข่ากับพื้นลากสายวัดให้ยาวจากเอวจนถึงข้อเท้า และเรียวหน้าสวยที่ก้มๆเงยอยู่ระดับเอวนั้นก็ทำเอาจินต้องขบกรามแน่นข่มความต้องการที่เกิดกับคนหน้าสวยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังยั่วอารมณ์เขาเพียงใด เมื่อวัดเสร็จคาเมะก็เงยหน้าขึ้นมองคนตัวหนาที่สั่นน้อยๆอย่างสงสัย ใบหน้าคมแดงเข้มแต่กลับดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก คาเมะลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเมื่อแค่เห็นใบหน้านั้นก็ทำเอาเขาใจเต้นแปลกๆ

เสร็จแล้ว

จินผ่อนลมหายใจยาวๆ ค่อยๆหลับตาลงช้าๆสะกดอารมณ์ความต้องการอย่างยากเย็น และเพียงไม่นานเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเรียกให้คนหน้าหวานที่ยืนหันหลังปรับหัวใจที่เต้นรัวอยู่ต้องหันมามอง

สอนฉันแต่งหน้าด้วยสิ จินยิ้มอย่างนึกสนุกเมื่อนึกไปถึงเครื่องสำอางที่เขาเห็นมันอยู่ในกระเป๋าของร่างบาง

อะไรกัน ให้ตัดชุดให้แล้วยังต้องสอนแต่งหน้าอีกเหรอ คาเมะโวยวายออกมาบ้างเมื่อคนที่เขาอุตส่าห์ยอมลดให้เริ่มจะได้ใจ

ก็มันต้องแต่งหน้าด้วยไม่ใช่รึไง ไม่งั้นมันก็ไม่ครบขั้นตอนน่ะสิ ร่างสูงอ้างเหตุผลที่ฟังขึ้นให้คาเมะต้องอ่อนใจ

ร่างบางถอนหายใจหน่ายๆออกมาก่อนจะทำใจคิดซะว่าต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่วงการละกัน

ก็ได้...แต่ผมจะสอนแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ คาเมะยื่นคำขาดและร่างสูงก็รีบพยักหน้ารับข้อตกลงทันที

เจ้าของห้องเดินไปหยิบเครื่องสำอางครบสุดมาวางไว้บนพื้นพรมกลางห้อง ก่อนจะเริ่มลงมือสอนลูกศิษย์ตัวโตๆที่นอกจากจะหาเรื่องมาให้เขาต้องปวดหัวแล้วยังขยันทำเขาใจเต้นไม่หยุดอีก

เอานี่คาดผมไว้ก่อนมันจะได้ไม่ลงมาเกะกะ คาเมะยื่นคาดผมผ้าสีขาวให้แต่ร่างสูงกลับดันกลับคืน

ถ้าแต่งให้ฉัน ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันต้องทำยังไง คาเมะแต่งตัวเองสิแล้วฉันจะได้ทำตามได้ไง จินเสนอความคิดออกมาและคาเมะก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอ

ก็ได้ มือขาวหยิบผ้าคาดผมมาดันรวบเก็บผมที่ลงมาปรกหน้าสวยเผยให้เห็นหน้าเรียวใสที่ไม่มีอะไรมาขวาง คิ้วเรียวยาวรับกับนัยน์ตารีสีน้ำตาลอ่อนสวยที่ล้อมรอบด้วยแพขนตายาวงอน ริมฝีปากบางสีเรื่ออ่อนราวกับกลีบของดอกซากุระ ผิวขาวใสจนเห็นสีเลือดฝาดที่ฉาบอยู่ข้างสองแก้ม...ใบหน้าสวยที่ดึงดูดเหลือเกิน....

ก่อนอื่นต้องลงแป้งก่อนนะ ก็ทำแบบนี้นะเข้าใจไหม จินสะดุ้งน้อยๆกับเสียงใสที่เริ่มอธิบายขั้นตอนโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกลอบมองอย่างหลงใหลขนาดไหน

จากนั้นก็มาเขียนตา ใช้อายลายเนอร์นี่วาดลงไปแบบนี่นะ คุณครูคนสวยตั้งอกตั้งใจอธิบายทุกขั้นตอนถี่ยิบและจินก็พยักหน้ารับไปตามเรื่องเท่านั้น เพราะเขาไม่ได้ต้องการจะแต่งคอสอย่างที่บอกกับร่างบางจริงๆ แต่จุดประสงค์น่ะคือคนหน้าหวานที่ยังไม่รู้ตัวนี่ต่างหาก

เสร็จแล้ว สุดท้ายก็ปาก...เอาสีนี้แล้วกัน มือขาวเลือกหยิบลิปสติกสีเข้มขึ้นมาก่อนจะค่อยๆแต้มทาลงบนเรียวปากบาง

เสร็จแล้ว เสียงใสเอ่ยอย่างดีใจก่อนจะหันมาให้คนฝึกหัดเห็นเต็มตา

ลิปสติกสีนี้สวยจัง เสียงทุ้มชมออกมาให้เจ้าของต้องยิ้มกว้าง

ใช่ม๊า...คุณก็ลองทาดูสิ คาเมะยิ้มหวานให้พร้อมชักชวนให้ลองทาดูบ้าง

ได้เหรอ

ได้สิผมไม่ใช่คนหวงของขนาดนั้นนะ

และเพียงสิ้นคำอนุญาตริมฝีปากอิ่มก็ฉกฉวยลงบนเรียวปากนุ่มที่แต้มสีเข้มทันที คาเมะตาโตตกใจกับสัมผัสที่ได้รับ มือขาวกำแน่นที่ชายเสื้อผ้าหนาของชายหนุ่มอย่างต่อต้าน แต่ริมฝีปากร้อนที่อ่อนโยนและออดอ้อนก็ทำให้ความแข็งขืนเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เรียวปากบางโอนอ่อนไปตามการชักนำของอีกฝ่ายยอมแม้กระทั่งให้ลิ้นหนาได้เข้ามาค้นหาความหวานที่ถูกซ่อนไว้ในโพรงปากเล็กอย่างไม่ขัดขืน เสียงหายใจเริ่มแรงจนหอบสะท้านเมื่อการพัวพันในช่องปากร้อนยาวนานจนแทบจะหมดลมหายใจ

จินค่อยๆผละออกช้าๆเมื่อคนตัวเล็กเริ่มดิ้นรนเรียกหาอากาศเข้าปอด ร่างสูงเชยคางคนที่เหนื่อยหอบขึ้นสบตาคม ใบหน้าใสแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า และเรียวตาสวยก็หวานเชื่อมซะจนละสายตาไม่ได้

เธอว่าฉันเหมาะกับลิปสีนี้รึปล่าวคาเมะ จินกระเซ้าให้ร่างที่ต้องอิงกายอยู่ในอ้อมกอดของเขาต้องตวัดมองอย่างเคืองๆ และที่น่าเจ็บใจก็คือลิปสีเข้มที่เคยแต่งแต้มอยู่ที่ริมฝีปากของคาเมะตอนนี้มันก็ถูกเคลือบอยู่บนริมฝีปากอิ่มอย่างที่จินพูดจริงๆ

ใครใช้ให้คุณทำแบบนี้คุณจิน!!!  คาเมะผละออกจากอ้อมแขนแกร่งทันทีที่ได้สติกลับคืน แม้จะรู้สึกดีกับรสจูบที่ร่างสูงหยิบยื่นให้แค่ไหนแต่มันก็คนละเรื่องกับที่อยู่ดีๆจินก็มาขโมยจูบแรกของเขา

ถามได้ก็เธอบอกเองว่าให้ฉันลองทาดู ร่างสูงหลิ่วตาอย่างเจ้าเล่ห์เรียกใบหน้าแดงจัดเพราะอารมณ์โกรธจากร่างบางทันที

ผมหมายถึงทาจากแท่งลิปสติกต่างหากเล่า!!  อยู่ดีๆเสียงใสที่เคยแหวเข้มก็สั่นเครือจนจินต้องเงยหน้ามองคนที่เพิ่งพยศอยู่เมื่อครู่

เรียวหน้าขาวบิดเบ้อย่างสุดจะห้ามความแค้นใจ เรียวตาสวยก็เอ่อคลอด้วยน้ำตาแต่คนที่เกลียดการยอมแพ้ก็ยังไม่ยอมให้มันรินไหลออกมา

คาเมะร้องไห้ทำไม จินตกใจที่เห็นคนที่โกรธเร่าๆอยู่เมื่อครู่จู่ๆก็จะกลายเป็นคนขี้แยซะเฉยๆ

ทำไมคุณต้องแกล้งผมด้วย สนุกนักรึไง นั่นจูบแรกของผมนะ!!! คาเมะตัดพ้อออกมาอย่างสุดจะทน และตอนนี้เขาก็ห้ามน้ำตาที่เอ่อจนเต็มหน่วยตานี่ไม่ได้อีกแล้ว

จินเข้าไปกอดปลอบโยนคนหัวดื้อเข้มแข็งแต่กลับอ่อนไหวกับความรัก มือหนาลูบเส้นผมดำนุ่มมือเบาๆ

แล้วใครบอกว่าฉันแกล้งนายล่ะ จินกระซิบเสียงอ่อนข้างหูขาว และใบหน้าที่เปื้อนน้ำใสก็ต้องเงยมองทันที

แล้วคุณทำแบบนี้ทำไมล่ะ ทำไมต้องเข้ามาในชีวิตผมด้วย เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริกยามสบนัยน์ตาคมเข้ม และแววตาใสนั้นก็เร่งรัดคำตอบโดนเจ้าของไม่ต้องถามย้ำ

ก็เพราะฉันจะเอากระเป๋ามาคืนนายน่ะสิ จินยิ้มทะเล้นให้ แต่อีกคนไม่ขำ คาเมะทำท่าจะผละออกจากอ้อมกอดแต่จินก็กลับกระชับเอาไว้ไม่ยอมให้ห่างไป

โกหกน่า.....โธ่เอ๊ย! นี่ฉันต้องพูดจริงๆเหรอ....นายไม่รู้สึกบ้างรึไงน๊า.....ฉันก็แค่หลงรักคนตัวเล็กที่ถือกระเป๋าใบโตที่เหมือนกับของฉันซะเต็มเปาน่ะสิ จินก้มมองร่างเล็กในอ้อมกอดที่หน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึงอีกครั้งก่อนจะกอดแน่นๆส่ายไปส่ายมาแกล้งร่างบางที่หัวเราะเสียงใส

ทำไมน่ารักอย่างนี้น๊า... จินยิ้มมองหน้าหวานที่ส่งยิ้มตอบมาด้วยความรักก่อนจะก้มลงกระซิบถามที่ข้างหูขาวเพิ่มรอยความอายไม่ให้จางไปจากหน้าสวย

รู้เหตุผลแล้วทีนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม

จินยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งสายตาเจ้าชู้ให้ร่างบางก่อนจะก้มลงต่ำเลิกเสื้อนอนตัวบางขึ้นก้มสัมผัสกับผิวเนื้ออุ่นเรียบตรงหน้าท้องแบนราบ

นายเคยเพ้นท์ตัวรึปล่าวคาเมะ

อ๊ะ! คุณจินอย่านะ คาเมะตาโตผลักคนที่กำลังลากริมฝีปากอิ่มร้อนอย่างย่ามใจไปทั่ว

เรามาลองใช้ลิปสติกเพ้นท์ตัวกันเถอะนะ ^^

คาเมะคงจะไม่คัดค้านอะไรแถมยินดีอีกต่างหากถ้าการเพ้นท์ตัวนั้นจะใช้สีจากแท่งลิปสติกแทนที่จะเป็นสีลิปสติกจากริมฝีปากของคนเจ้าเล่ห์อย่างอาคานิชิ จิน

......แล้วอย่างนี้เต่าน้อยของเราจะไปสอบพรุ่งนี้เช้าไหวไหมเนี่ย( คุณแม่ฝากความเป็นห่วงค่ะ ^^)

THE END.

SPECIAL SCENE ::

คาเมะนายเชื่อเรื่องพรหมลิขิตรึปล่าว ร่างสูงที่นอนทอดแขนแกร่งให้ร่างบางในอ้อมกอดนอนหนุนถามขึ้นเมื่อร่างที่หอบจนตัวโยนเมื่อครู่สงบลงแล้ว (คงไม่ต้องให้บอกใช่ไหมคะว่าเกิดจากอะไร >///<)

ถามทำไมเหรอ ? หน้าขาวใสที่แนบอยู่กับอกอุ่นเงยขึ้นมาส่งสายตาบ้องแบ๊วให้

เถอะน่า...ตอบหน่อยสิ จินจูบลงเบาๆที่หน้าผากมนอ้อนให้ตอบคำถาม

ไม่เชื่อหรอก คนหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุขก่อนจะซบลงบนอกอุ่นอีกครั้ง

ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน

อ้าว...แล้วคุณจินจะถามทำไม คนตัวเล็กเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยเป็นการเตือนว่าม้าพยศตัวนั้นกำลังจะกลับเข้าร่างแล้ว

ก็แค่อยากรู้เฉยๆ นอนเถอะเหนื่อยไม่ใช่เหรอ หรือยังมีแรงอยู่อีก.... เสียงทุ้มลากยาวสื่อความในให้คาเมะต้องรีบตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมการพร้อมหันหลังให้คนทะลึ่งทันที

จินอมยิ้มในความน่ารักก่อนจะกอดกระชับร่างบางจากด้านหลังเพิ่มไออุ่นให้ แต่เพียงครู่ร่างที่เคยหันหลังก็หันกลับมาทางเดิม ใบหน้าสวยยิ้มหวานเยิ้มให้คนรักอีกครั้งก่อนจะขยับเข้าใกล้ซุกอยู่ในอกกว้างเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราสักที

จินก้มลงจูบผมนุ่มหอมอย่างแสนรักก่อนจะหลับตามกันไปเก็บเรื่องเหตุผลที่เขาไม่เชื่อในพรหมลิขิตไว้กับตัวเพียงคนเดียว

คาเมะคงไม่มีวันได้รู้ว่าเรื่องสับกระเป๋าที่ร่างบางคิดว่าเพราะความเอ๋อของตัวเองนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่หาทางเข้าใกล้คนที่เป็นรักแรกพบต่างหาก

.......เพราะฉะนั้นเรื่องพรหมลิขิตอะไรนั่นน่ะไม่เชื่อหรอก...ผมเชื่อแต่จินลิขิตเท่านั้น........^^

THE END AGAIN..

จบไปแล้วฟิคที่มีกลิ่นของ J-rock หน่อยๆ ก็เราอยากเห็นน้องเมะลุกขึ้นมาแต่งแบบนั้นบ้างอ่ะ

คงจะเซ็กซี่น่าดู >///< 

ก็ชอบไม่ชอบยังไงก็ช่วยเม้นท์บอกกันด้วยนะคะ^^

ขอบคุณคนเม้นท์คนอ่านทุกคนมากค่า