[SHORTFIC]
Make up me with your Lip!!!
Cast : Akanishi Jin x Kamenashi Kazuya
Author : Uke
.
คุณคิดว่าในชีวิตคนเราจะเกิดสิ่งที่เรียกว่าความบังเอิญได้กี่ครั้งกัน....
แต่สำหรับผม....แค่ครั้งเดียวก็เพียงพอ.....
คาเมะจัง!! คาเมะจัง..ทางนี้ ย่านฮาราจูกุที่วุ่นวาย วัยรุ่นมากมายเดินให้ขวักไขว่ แต่เสียงใสๆเจ้าของชุดขาวฟูฟ่องที่ถูกแต่งปลายด้วยลูกไม้กับท่าทางโบกไม้โบกมือเรียกก็ทำให้ร่างบางที่กำลังชะเง้อหากลุ่มเพื่อนรีบเดินปรี่เข้าไปหาอย่างเร็ว
ฮินะขอโทษที่มาช้านะ พอดีรถไฟมันมีปัญหานิดหน่อยกว่าจะมาถึงได้แทบแย่ คนมาสายอธิบายเหตุผลแถมด้วยคำบ่นต่อท้าย
เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะแต่นี่จะสายแล้วนะรีบๆแต่งตัวได้แล้ว หญิงสาวรีบดึงคาเมะให้นั่งลงก่อนจะแย่งกระเป๋าใบโตที่ร่างบางถือมาหวังจะช่วยจัดการด้วย
แล้วยามะพีล่ะ คนหน้าสวยถามออกมาเมื่อไม่เห็นเพื่อนอีกคนที่นัดกันเอาไว้
ยามะจังบอกว่าเจอกันหน้างานเลยน่ะ คงแวะไปที่ไหนก่อน
มือเล็กรีบเปิดกระเป๋าแข่งกับเวลาที่น้อยลงทุกทีๆ แต่พอเห็นของที่อยู่ข้างในเสียงแหลมๆก็ต้องร้องออกมาให้เจ้าของตัวจริงต้องขมวดคิ้ว
อะไรเนี่ยคาเมะ!! เราจะไปดูคอนเสิร์ตนะไม่ใช่จะไปสอบเข้ามหาลัยโตเกียว ฮินะแขวะคนตัวบางที่แบกหนังสือเล่มหนามาแทนที่จะเป็นชุดสไตล์โกธิกกับเครื่องสำอางครบชุด
ห๊ะ? คาเมะเลิกคิ้วขึ้นไม่เข้าใจที่หญิงสาวพูด มือเล็กที่สวมถุงมือตาข่ายสีเข้าชุดจึงยกกระเป๋าขึ้นเทของทุกอย่างลงพื้นให้เห็นเต็มตา
ที่นี้ก็ตอบฉันได้แล้วสินะว่าคาเมะหิ้วของพวกนี้มาทำไม ฮินะมองคนที่ตาโตอ้าปากค้างก็เข้าใจได้ทันทีว่าเพื่อนหน้าสวยของเธอเกิดอาการเอ๋อกำเริบอีกแล้ว แล้วนี่ไปสลับกระเป๋ากับนักเรียนแพทย์มารึไง ขนหนังสือเล่มหนาขนาดนี้ !!!
......แล้ววันนี้ฉันจะได้ไปดูคอนเสิร์ตไหมเนี่ยยยย......
ผมสีดำสนิทที่ไม่เคยผ่านการย้อมปรกลงละแก้มใสจนแทบจะไม่เห็นหน้าค่าตาของคนที่แต่งตัวแตกต่างจากคนอื่น ร่างบางในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนกลายเป็นจุดเด่นทันทีในที่ๆทุกคนต่างแต่งตัวเลียนแบบศิลปินวงร็อคที่ชื่นชอบ หน้าขาวใสก้มงุดไม่เงยขึ้นมาสบตาใครสักคน...แม้จะเคยชินกับการตกเป็นเป้าสายตาแต่นั่นไม่ใช่ตอนที่เขาไม่มีเครื่องสำอางฉาบอยู่บนหน้าแบบนี้
คาเมะจะก้มหาเศษตังค์รึไง หญิงสาวดุออกมาให้คนที่เอาแต่ก้มจนคางชิดอกต้องเงยขึ้นมอง...แต่มันก็แค่นิดเดียวเท่านั้น
ก็ฉันไม่มั่นใจนี่นา ดูดิทุกคนแต่งตัวกันหมดเลยมีแต่ฉันคนเดียว ว่าแล้วหน้าใสก็ก้มกลับลงไปตำแหน่งเดิมอีกครั้งให้เพื่อนสาวต้องถอนใจ
แล้วจะโทษใครล่ะ คาเมะอยากทำกระเป๋าหายเองนะ นี่ดีนะที่เก็บตั๋วไว้ที่ฉัน ไม่งั้นวันนี้คงไม่ต้องมีใครได้ดูคอนเสิร์ตกันพอดี ฮินะค้อนให้คนที่ทำตัวเองแล้วยังมาบ่นกระปอกกระแปดให้ฟังอีก
มันไม่ได้หายสักหน่อยก็แค่สลับไปก็เท่านั้น คาเมะเถียงออกมาให้หญิงสาวต้องตาโตใส่ในความรั้นไม่ยอมรับผิด
แล้วลองโทรเข้าโทรศัพท์ตัวเองรึยัง
ยังเลยก็ฮินะมัวแต่เร่งให้รีบมานี่ จะเอาเวลาที่ไหนโทรล่ะ คาเมะทำปากยื่นโยนความผิดให้เพื่อนจนหญิงสาวต้องโบกมือยอมแพ้ เถียงกับคนรั้นมีแต่เหนื่อยเปล่า
อ้าวคาเมะ!! นี่เทรนใหม่รึไง เหมือนระฆังช่วยชีวิต ฮินะรีบหันไปยิ้มให้คนมาใหม่ที่จะช่วยปราบคนหน้าสวยที่หัวดื้อให้อยู่หมัด
จะอะไรล่ะโรคเอ๋อกำเริบน่ะสิ ดันไปสับกระเป๋ากับใครก็ไม่รู้ หญิงสาวรีบหันไปฟ้องเพื่อนผิวสีน้ำผึ้งที่หน้าหวานไม่แพ้คนหัวรั้นตรงหน้า
คาเมะหันไปเห็นยามะพีก็ยิ่งเสียใจ ร่างสีน้ำผึ้งอยู่ในชุดสีดำสนิท เสื้อแขนกุดยาวครึ่งเอวเผยให้เห็นผิวนวลบริเวณเอวคอด ตะเข็บข้างตัวเสื้อถูกยึดด้วยเชือกเส้นเล็กที่ร้อยไขว้ไปมาเพิ่มความน่าค้นหาเป็นเท่าตัว กางเกงขายาวดำสนิทถูกทับด้วยกระโปรงยาวแค่เข่าที่ไล่ระดับชายให้ไม่เท่ากัน เรียวหน้าหวานก็ถูกตบแต่งให้เข้ากับสีชุด ตากลมโตถูกขับให้โดดเด่นด้วยการกรีดอายลายเนอร์ และริมฝีปากอิ่มก็แดงสวยอย่างน่ามอง
ยิ่งเห็นชุดของยามะพีร่างบางก็ยิ่งโมโหตัวเอง ชุดของคาเมะนั้นคล้ายกับของยามะพีเพราะตัดมาคู่กันเพียงแต่ของร่างบางเป็นกางเกงสั้นแค่น่องและมีที่รัดขาเป็นหนังสีดำที่ยาวจากข้อเท้าขึ้นมาถึงเข่าเผยให้เห็นผิวเนื้อขาวตรงขาเรียว อีกอย่างในกระเป๋าใบนั้นมีทั้งเครื่องสำอางครบชุดแล้วก็สร้อยคอของวิเวียนที่เขาอุตส่าห์เก็บเงินซื้อแทบตาย ไอ้บ้าที่ไหนมันมาหยิบกระเป๋าของเขาผิดไปนะ!!!
แล้วลองติดต่อเจ้าของกระเป๋านี่รึยัง ยามะพีถามออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อรู้เหตุผลของคนที่ไม่เคยพลาดแต่งคอสเพลย์อย่างคาเมะกลับแต่งตัวธรรมดามาดูคอนเสิร์ต
ยังเลย ก็เพราะฮินะนั่นแหละ... คาเมะเตรียมจะโยนความผิดให้เพื่อนแต่อีกคนก็ไม่ยอมอยู่เฉยให้กล่าวหา
เพราะฉันที่ไหนมันผิดตั้งแต่คาเมะมาสายแล้วแถมยังทำกระเป๋าหายอีก!!
ก็บอกว่าไม่ได้หายแค่สลับกันเฉยๆ!! คาเมะก็ยื่นหน้าใส่คืนเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครจนคนกลางทนไม่ไหว
หยุด!!!!!! ยามะพีตะโกนดังลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง ร่างสีน้ำผึ้งปรับใบหน้าที่ราวกับจะฆ่าคนได้เมื่อครู่เป็นส่งยิ้มหวานๆให้เพื่อนทั้งสองคนต้องสยองในความเยือกเย็นที่แฝงไว้ใต้รอยยิ้มสวย
เรื่องนี้เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน แต่ตอนนี้คอนเสิร์ตจะเริ่มแล้ว เห็นด้วยไหมคาเมะ ร่างสีน้ำผึ้งหันมาโปรยยิ้มให้จนคาเมะรีบพยักหน้ารับแทบไม่ทัน
ฮินะล่ะ ยามะพีหันไปโปรยยิ้มให้คู่กรณีอีกคนและก็ได้คำตอบรับอย่างฉะฉานทันที
จ๊ะๆ เห็นด้วยที่สุดเลย
งั้นก็ดีแล้วเราเข้าไปกันเถอะ คนตาโตยิ้มเย็นๆอีกครั้งก่อนจะเดินนำไปให้สองคนที่เหลือข้างหลังต้องรีบเข้ามาใกล้กันก่อนจูงมือกันไปราวกับไม่เคยเถียงกันมาก่อนหน้า
.......เพราะถ้าขืนให้ยามะพีไกล่เกลี่ยให้ล่ะก็ รีบๆคืนดีกันเองจะปลอดภัยที่สุด.......
x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x
เสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นลั่นฮอลล์ประสานกับเสียงตบมือก้องกังวานเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคอนเสิร์ตที่ผ่านมากว่าสามชั่วโมงใกล้จะจบลงแล้ว แต่ถึงจะผ่านการอังกอร์มาสองรอบแต่แฟนเพลงก็ยังตะโกนลั่นหวังจะให้ศิลปินขึ้นมาแสดงอีก แต่แสงไฟที่ค่อยๆหรี่ลงก็บอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความประทับใจได้เดินมาถึงปลายทางแล้ว คนมากมายทยอยต่อแถวกันออกจากโดมแต่ถึงอย่างนั้นเสียงเซ็งแซ่ที่พูดถึงความสนุกกับช่วงเวลาสามชั่วโมงที่เพิ่งผ่านก็ยังไม่สิ้นสุดไม่เว้นแม้แต่กลุ่มของคนที่แต่งตัวแปลกแยกจากคนอื่น
สนุกสุดๆไปเลย เห็นรึปล่าวโทชิยะซังเท่ชะมัด ร่างสีน้ำผึ้งแย้มรอยยิ้มสดใสอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงคนที่ตนปลื้ม
ใช่ๆๆ แล้วเสียงของเคียวซังนะก็เยี่ยมที่สุดเลย ดีจังเลยที่ได้มาดูวันนี้ หญิงสาวหันมายิ้มกว้างกับเพื่อนสนับสนุนความประทับใจที่น่าจดจำ
ยามะพีพยักหน้าเอออออย่างเห็นด้วยแต่ก็ต้องหันมามองร่างบางหน้าขาวใสที่เงียบไม่พูดอะไรต่างจากทุกที
เป็นอะไรคาเมะ ไม่สนุกรึไง
คาเมะส่ายหน้าช้าๆก่อนจะบอกเหตุผลที่เขาไม่สามารถมีความสุขได้อย่างเต็มที่
ปล่าว...สนุกมาก ถ้าจะไม่รวมสายตาคนรอบข้างที่มองมาที่ฉันแปลกๆน่ะ คาเมะหน้างอพูดเมื่อใครต่อใครต่างก็พากันมองมาอย่างกับเขาเป็นตัวประหลาด
ช่างสิสนใจทำไม ว่าแต่รีบๆโทรไปหาคนที่สับกระเป๋ากันเถอะ เอานี่เอาเครื่องฉันโทรก็ได้ ยามะพียื่นมือถือเครื่องบางให้และแม้แต่ที่ห้อยโทรศัพท์ก็ยังเป็นตัว T ที่ย่อมาจาก Toshiya มือเบสที่ชื่นชอบ
คาเมะรับเครื่องมือสื่อสารมา นิ้วเรียวกดเบอร์โทรของตัวเองก่อนจะเอาแนบหูเพื่อรอการตอบรับจากปลายทาง
นี่ถ้าเกิดเจ้าของกระเป๋านี่ไม่ยอมคืนให้จะทำยังไง ในนี้มีแต่หนังสือเท่านั้นไม่มีของมีค่าสักอย่าง แต่ของคาเมะสิเอาไปขายต่อคงได้อื้อซ่า หญิงสาวกอดอกคาดการอย่างใช้หลักความเห็นแก่ตัวของมนุษย์
ไม่แน่หรอก บางทีหนังสือนี่อาจจะมีค่ากับเจ้าของเขามากกว่าที่เราคิดก็ได้ ฮินะมองใบหน้าหวานที่ปั้นยิ้มราวกับแม่พระก็ต้องพยักหน้ารับออกมา พอดีก็อย่างกับนางฟ้า แต่พอร้ายละก็ซาตานยังเรียกพี่ แล้วอย่างนี้ใครจะกล้าขัดยามะพีกัน
คาเมะนิ่งฟังเพื่อนแสดงความเห็นอย่างเงียบๆเพราะตอนนี้ใจเขาจดจ่ออยู่แต่กับเสียงสัญญาณที่ยังไร้การสนใจจากอีกฝ่าย
อ๊ะ!! ฮัลโหลๆ ร่างบางเสียงสูงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่ผ่านมากรอกหู
กระเป๋าของคุณสลับกับของผม ผมอยากได้มันคืนวันนี้ คุณเอามาเปลี่ยนตอนนี้เลยได้ไหม เพื่อนผู้ใคร่รู้ทั้งสองกรูกันเข้าไปแนบหูลงใกล้โทรศัพท์ที่อยู่ในมือขาวทันที
ได้ๆที่ร้านกาแฟหน้าสถานีนะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน คาเมะพยักหน้ารับตามคำพูดไปด้วย ใบหน้าซึมๆเมื่อครู่แจ่มใสขึ้นทันทีที่จะได้ของคืน
เป็นไง เขาจะเอามาคืนให้ใช่ไหม คนตาโตรีบถามทันทีที่เห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้น
อือ นัดกันหน้าสถานีเมื่อเช้า ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าจะไม่ได้คืนซะแล้ว ร่างบางถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาที่ชี้บอกว่าสองทุ่มแล้ว
ยามะพีกับฮินะกลับก่อนก็ได้นะ นี่ก็ค่ำแล้วบ้านพวกเธอไกลออก ขืนกลับดึกเดี๋ยวจะโดนดุนะ คาเมะยิ้มให้บางๆเมื่อเพื่อนยังคงทำหน้าเป็นห่วงจะไม่ยอมกลับ
ไม่เป็นไรฉันไปคนเดียวได้ หน้าสถานีคนเยอะแยะขืนหมอนั่นเกิดตุกติกฉันจะแหกปากร้องดังๆเลย ร่างบางยิ้มทะเล้นก่อนจะดันหลังเพื่อนที่อยู่ทางเดียวกันให้กลับสักที
ก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดนะ ยามะพีดึงมือขาวขึ้นมาจับไว้เรียกรอยยิ้มขอบคุณจากคนหน้าใสได้อย่างดี
คาเมะโบกมือบ๊ายบายเพื่อนทั้งสองอีกครั้งก่อนจะหยิบกระเป๋าใบหนักที่เต็มไปด้วยหนังสือขึ้นมาเพื่อมุ่งหน้าไปสู่จุดนัดหมาย ที่จริงเขาน่าจะรู้สึกตั้งแต่ถือกระเป๋าใบนี้แล้ว มันหนักกว่าของเขาตั้งเยอะ หรือว่าเขาจะเป็นโรคเอ๋อ อย่างที่ฮินะชอบว่าจริงๆเนี่ย -_-
.................................................
...........................
.............
คาเมะมาถึงที่ร้านกาแฟก่อนเวลาที่นัดไว้ ร่างบางเลือกที่จะนั่งด้านในสุดของร้านหลบความวุ่นวายที่เขาไม่ค่อยจะชอบนัก มือขาววางกระเป๋าใบโตไว้บนโต๊ะเพื่อเป็นจุดสังเกตให้คนมาที่หลังรู้ว่าเขาคือคนที่สับเปลี่ยนกระเป๋ากัน ตาเรียวสวยหันซ้ายหันขวาอย่างไม่มีอะไรทำ และเมื่อนึกขึ้นได้มือขาวจึงเลื่อนเปิดกระเป๋าตรงหน้าออกหยิบหนังสือเล่มหนาที่อยู่ข้างในหวังจะให้ช่วยฆ่าเวลาในการรอคอย
ปรัชญากับการดำเนินชีวิต
เรียวปากสีอ่อนขยับตามตัวหนังสือที่อยู่บนปกสีขรึม คาเมะขมวดคิ้วคิดภาพคนที่เป็นเจ้าของหนังสืออ่านยากแบบนี้ คงจะใส่แว่นหนาๆ หวีผมเรียบแปล้ ทับเสื้อในกางเกงทุกครั้ง ดีไม่ดีอาจจะนุ่งกางเกงสูงๆด้วยก็ได้.
เสียงหัวเราะสดใสดังออกมาทันทีกับภาพที่วาดไว้ในสมองตัวเอง แต่แล้วมันก็ต้องสะดุดลงเมื่อเสียงทุ้มหนักดังขึ้นตรงหน้าเขา
คุณคือเจ้าของกระเป๋าใบนี้ใช่ไหม เรียวหน้าสวยเงยขึ้นจากหนังสือตรงหน้า และเพียงสบสายตาคมร่างบางก็แทบจะนึกภาพที่เขาวาดไว้เมื่อครู่ไม่ออกแล้ว ชายหนุ่มที่เคยคิดว่าคงใส่แว่นหนากลับไม่มีสิ่งใดปิดกั้นสายตาคมสีเข้มสวย เรียวหน้าคมขาวจัดรับกับริมฝีปากอิ่มแดงที่ดูน่าหลงใหล ผมหนาถูกย้อมด้วยสีน้ำตาลทองที่ล้อแสงจนแสบตา หนำซ้ำการแต่งตัวก็ราวกับหลุดออกมาจากหนังสือแฟชั่นทำเอาคนเห็นต้องกลั้นหายใจไปชั่วครู่ทีเดียว
ว่าไง มัวแต่จ้องหน้าอยู่นั่นหล่ะ หลงเสน่ห์ฉันรึไง คนมาใหม่ยิ้มยั่วที่มุมปากและเพียงแค่นั้นคาเมะก็แทบจะไม่เหลือความชื่นชมในหน้าตาที่เทียบไม่ได้กับนิสัยยอดแย่นี่เลย
หลงตัวเอง!! คุณมาก็ดีแล้ว เอากระเป๋าคุณคืนไปแล้วก็เอาของผมคืนมาจะได้จบๆเรื่องกันซะที คาเมะหยัดยืนขึ้นอย่างโมโห ผลักกระเป๋าที่วางอยู่กลางโต๊ะไปให้พร้อมยื่นมือขอของตัวเองคืน
ชายหนุ่มหยักยิ้มอย่างชอบใจในอาการยั่วขึ้นของคนตัวเล็ก มือใหญ่ยื่นกระเป๋าคืนให้ตามที่เจ้าของขอ คาเมะดึงกระเป๋าตัวเองกลับมาแรงๆก่อนจะรีบเดินไปให้พ้นคนที่มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียว
หน้าตาก็ดีไม่น่าชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงเลยนะ แต่ดูๆแล้วฉันว่าชุดนั้นก็เข้ากับเธอไม่เบา เสื้อแขนกุดเอวลอยอวดเอวคอด กางเกงขาสั้นที่อวดขาขาวๆนั่นพอใส่แล้วคงจะเซ็กซี่น่าดูเลย ร่างสูงทำเสียงแหบต่ำพูดอย่างจาบจ้วง ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่ชุดที่ว่าแต่คาเมะกลับรู้สึกเหมือนกำลังใส่ชุดโชว์ผิวสวยให้ชายหนุ่มแทะโลมอย่างที่พูดจริงๆ
ร่างบางตัวชาหน้าตึงกับถ้อยคำที่ราวกับดูถูกสิ่งที่เขาชอบ คาเมะตวัดหน้ามองอย่างไม่พอใจ เรียวตาสวยกร้าวแข็งใส่คนที่ยืนยิ้มระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว
คุณ!! มารยาทแย่ที่สุด!! คุณแอบดูของในกระเป๋าผม!! เสียงแหบแหวใส่ไม่สนใจสายตาประชาชีที่เริ่มจ้องมาที่พวกเขาเป็นจุดเดียว
มันก็หายกันแล้วนี่ นายก็แอบดูของในกระเป๋าฉันเหมือนกัน ชายหนุ่มเบนสายตาให้คาเมะมองตามหนังสือที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะและมันคงออกมาเองไม่ได้แน่ถ้าไม่มีใครหยิบออกมา
คาเมะหน้าชาวาบราวกับถูกตอกกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดทั้งที่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยว่ากล่าวอะไรสักคำ อกบางสะท้อนขึ้นลงแรงๆอีกครั้งก่อนจะหุนหันออกไปจากร้านที่เขากลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาทันที
ชายหนุ่มยิ้มมองแผ่นหลังบางที่เดินเร็วๆออกไปจนพ้นร้านอย่างชอบใจ มือหนายกขึ้นกดโทรศัพท์มือถือในมือไปยังหมายเลขที่เขาแอบเมมมาจากเครื่องของคนตัวเล็ก ก่อนจะกรอกเสียงลงไปเมื่อมีคนรับสาย
ขอโทษนะครับพอดีผมติดธุระนิดหน่อยเลยมาถึงที่นัดช้า แล้วเจ้าของกระเป๋าเขาก็กลับไปแล้วไม่ทราบว่าคุณจะช่วยบอกที่อยู่ของเขาให้ผมทีได้ไหม ผมมีเรื่องที่ต้องใช้ของในกระเป๋านั่นวันนี้ด้วยสิ ร่างสูงบีบเสียงให้น่าสงสารก่อนจะต้องเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อคนขี้สงสารปลายสายหลงเชื่อเรื่องโกหกคำโตซะสนิทใจ
ขอบคุณมากนะครับ ไม่ได้คุณผมต้องแย่แน่ๆ จินตบท้ายด้วยประโยคขอบคุณอย่างสุดซึ้งก่อนจะตัดปลายสายทิ้งไป
ชายหนุ่มหยักยิ้มด้วยความยินดีอีกครั้งกับข้อมูลที่ได้มาซะละเอียดยิบ ก่อนจะกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เหลือเกิน
ยินดีที่ได้รู้จักนะคาเมนาชิ คาซึยะ
x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x::x
ฮัดเช้ย!! มือขาวที่กำลังไล่เช็ดความชื้นออกจากผมนุ่มต้องเปลี่ยนมาขยี้จมูกโด่งรั้นแรงๆเมื่อรู้สึกคัดจมูก เสียงใสพึมพำกับตัวเองก่อนจะไล่เช็ดผมที่ยังคงเปียกชื้นตามเดิม
จะเป็นหวัดรึไงนะ
~กิ๊ง~ก่อง~
ออดหน้าบ้านดังขึ้นให้ร่างบางต้องขมวดคิ้วน้อยๆ ....ดึกป่านนี้แล้วใครยังมาหาอีก....
คาซึยะไปเปิดประตูให้แม่หน่อยลูก เสียงคุณนายคาเมะนาชิดังขึ้นมาให้คาเมะต้องจำใจลงไปเปิดประตูให้คนที่มาไม่เกรงใจเวลาส่วนตัวของเจ้าของบ้าน
ครับ ร่างบางขานเบาๆตามมารยาทก่อนจะต้องตาโตเมื่อชายที่ยืนอยู่หน้าประตูคือคนที่เขาเพิ่งได้เคยเห็นไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง
คุณ!! มาทำอะไรที่นี่!! คาเมะตวาดเสียงเบาเพราะกลัวคุณแม่คนสวยที่อยู่ข้างในจะได้ยิน
ถามได้ บ้านทั้งหลังฉันรู้จักนายคนเดียวฉันก็ต้องมาหานายสิ ร่างสูงยิ้มยียวนตอบให้คาเมะแทบจะแหวใส่ ถ้าไม่มีเสียงใจดีดังขึ้นซะก่อน
ใครมาลูกคาซึยะ คุณแม่ยังสาวเดินออกมาดูเมื่อลูกชายที่ใช้ให้มาเปิดประตูรับแขกหายเงียบไปเฉยๆ
เอ่อ...
สวัสดีครับคุณแม่ ผมชื่ออาคานิชิ จิน ครับ เป็นรุ่นพี่ของคาเมะเขา พรุ่งนี้คาเมะจะมีสอบผมก็เลยอาสามาติวให้น่ะครับ จินตัดบทชิงพูดก่อนร่างบางจะได้เอ่ยอะไร ชายหนุ่มโปรยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ จนคุณแม่ยังแอบเคลิ้มตามไปด้วย
อย่างนั้นเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาสิไม่ต้องเกรงใจนะ คาซึยะทำไมไม่เชิญพี่เขาเข้าบ้านล่ะลูกเด็กคนนี้หนิ อย่าถือสาเลยนะจ๊ะลูกคนนี้ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวแบบนี้แหละ คุณนายคาเมะนาชิดันลูกชายให้พาแขกขึ้นไปคุยที่ห้องก่อนจะรีบเข้าครัวไปหาของว่างมาให้รุ่นพี่ของลูกชายที่หล่อร้ายกาจเหลือเกิน
ร่างสูงเดินตามคนตัวบางที่กระแทกเท้าเป็นว่าเล่นก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ห้องนอนสีขาวซึ่งตัดกับของตกแต่งส่วนใหญ่ที่เป็นสีดำ รวมถึงชุดที่เขาเพิ่งจะได้เห็นวันนี้ก็ถูกแขวนเอาไว้เป็นเครื่องตกแต่งห้องอีกชิ้นหนึ่ง และเพียงแค่ประตูงับปิดลง เสียงเข้มๆก็ดังขึ้นทันที
คุณมาทำไม
.
คาเมะตวัดมองอย่างโมโหเมื่อคนที่ไม่ได้รับเชิญถือดีเดินชมห้องเขาราวกับอยู่ในพิพิธภัณฑ์
นี่!! ใครใช้ให้คุณมายุ่งกับของๆผมกัน มือขาวดึงมือใหญ่ที่จับลงบนโปสเตอร์สุดหวงที่ถูกติดอยู่ข้างผนังห้องออกทันทีที่เรียวตาสวยเหลือบไปเห็น
อยากจับมือฉันก็บอกกันดีๆก็ได้ ฉันไม่คิดค่าสึกหรอหรอก จินยึดมือขาวที่เข้ามาสัมผัสไว้แน่นให้คนตัวเล็กต้องควันออกหูกับคำพูดที่หลงตัวเองสุดๆ แต่อีกเสี้ยวนึงเค้ากลับอดใจเต้นไม่ได้กับสายตาคมเจ้าชู้ที่มองมา
ทุเรศ!! คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่!! ปล่อยนะ!! คาเมะกระชากมือออกแรงๆแต่ทำยังไงมือหนาแน่นนี่ก็ไม่ยอมหลุด จินหัวเราะอย่างชอบใจกับคนดื้อหัวรั้นแต่ก็น่ามองไปซะหมด
จะปล่อยหรือไม่ปล่อย!! คาเมะขู่เสียงเข้มแต่ชายหนุ่มก็ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน เรียวตาสวยสบมองอย่างแค้นเคืองหอบหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งก่อนจะทุ่มแรงทั้งหมดที่มีดึงมือตัวเองออกมา แต่แล้ว....
เป็นไงกันบ้างลูก อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว เสียงหวานของคุณนายคาเมะนาชิดังพร้อมกับประตูที่เปิดออก และเหมือนรู้แกวมือหนาปล่อยมือเล็กของคนตัวบางออกพอดีกับจังหวะที่คาเมะกระชากตัวเองซะสุดแรงจนต้องกลิ้งลงไปกับพื้นเพราะแรงที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเองเต็มๆ
คาเมะลงไปนอนหงายหลังอยู่กับพื้น ดีที่พื้นห้องถูกปูด้วยพรมนุ่มไม่อย่างนั้นเขาคงจุกจนพูดไม่ออกไปแล้ว แต่ถึงจะไม่เจ็บขนาดนั้นแต่มันก็เจ็บเพราะเจ้าคนหน้าด้านนี่อยู่ดีนั่นแหละ!!!
อ้าวคาซึยะ ทำไมลงไปนอนอย่างนั้นล่ะลูก คุณแม่หันมองลูกชายที่ลงไปนอนหงายไม่เป็นท่าก็ต้องถามออกมา
พอดีเมื่อกี้เราเล่นมวยปล้ำกันอยู่น่ะครับ จินแก้ตัวออกมาแทนคนที่ดูยังเจ็บจนหาเหตุผลไม่เจอให้ผู้เป็นแม่พยักหน้าเข้าใจ
อย่าเอาแต่เล่นกันนะจ๊ะ พรุ่งนี้มีสอบไม่ใช่เหรอคาซึยะ ขยันอ่านหนังสือเข้านะพี่เขาอุตส่าห์มาติวให้แล้ว คุณแม่ส่งสายตาดุให้ทีหนึ่งก่อนจะออกไปให้ความส่วนตัวกับลูกชายโดยไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวน่ะไม่ต้องการ
คาเมะมองคนที่ยืนอยู่กลางห้องตาเขียวปั้ด เขาอยากตะโกนบอกเหลือเกินว่าไม่รู้จักหมอนี่สักนิด ชื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย แล้วทำไมเขาต้องมาอดทนกับคนที่ไม่รู้จักและไม่อยากจะรู้จักด้วย!!
คุณมาที่นี่ทำไม..ต้องการอะไรกันแน่ คาเมะข่มอารมณ์ให้สงบถามออกไปเสียงเรียบ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมบอกเหตุผลอยู่ดี
เรียกคุณๆอยู่นั่นแหละ เสียมารยาทจัง ฉันชื่ออาคานิชิ จิน จะเรียกพี่จินก็ไม่เลวนะ ร่างสูงหยักยิ้มชวนโมโหแถไปเรื่องอื่นไม่ยอมตอบคำถามที่เจ้าของบ้านคาดคั้นตั้งแต่เขามาถึง
ใครสนกัน อยากเรียกแบบไหนผมก็จะเรียกแบบนั้น คาเมะเชิดหน้าขึ้นสูงไม่ยอมทำตามที่อีกคนต้องการและนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มชอบใจในความพยศที่น่ากำหลาบให้อยู่หมัด
ก็ตามใจ นี่ที่รัก...คุณแต่งคอสแบบนี้มานานแล้วเหรอ จินเดินไปที่ชุดซึ่งถูกแขวนไว้ก่อนจะพลิกมองอย่างพิจารณา แต่นั่นไม่ทำให้คาเมะต้องควันออกหูเท่ากับสรรพนามที่ร่างสูงจงใจเรียก
ใครใช้ให้คุณเรียกผมแบบนั้น!! ร่างบางถลึงตาอย่างโมโหแต่แก้มใสกลับแดงปลั่งให้จินยิ่งยิ้มอย่างพอใจ
ฉันอยากเรียกแบบไหนฉันก็จะเรียกแบบนั้น เข้าใจไหมจ๊ะที่รัก... จินทำเสียงหวานหยดให้ร่างบางต้องขนลุก หน้าหวานงอเง้าที่ไม่สามารถตอบโต้คนหน้าหนาที่อยู่ดีๆก็มาบุกรุกบ้านเขา
คุณจินผมจะถามอีกครั้งคุณต้องการอะไร คาเมะกัดฟันพูดอย่างที่อีกคนอยากได้ยิน ให้ตายเถอะทำไมเขาต้องมายอมแพ้ให้ใครก็ไม่รู้ด้วย!!!!
ชายหนุ่มเผยยิ้มพอใจก่อนจะนั่งลงใกล้กับคนตัวบางให้คาเมะต้องเขยิบออกกับความใกล้ชิดที่เกินควร
อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย ฉันอยากรู้ว่าเธอแต่งคอสมานานแล้วใช่ไหม ร่างบางกลอกตามองงงๆแต่ก็พยักหน้ารับออกมา
ฉันก็แค่อยากลองแต่งบ้าง เธอช่วยสอนฉันหน่อยสิ จินส่งแววตาขอร้องเหมือนลูกแมวตัวน้อยจนคาเมะต้องเมินหน้าหนีจากสายตาอ้อนตรงหน้า
......จะสายตาคมปลาบอย่างเจ้าชู้ หรือสายตาขี้อ้อนแบบเด็กๆ ทำไมถึงได้หวั่นไหวไปซะทุกครั้งที่ได้มองด้วยนะ!!!.....
เรื่องนั้นทำไมต้องมาถามผมด้วย เพื่อนคุณไม่มีรึไง วงหน้าขาวยังคงไม่ยอมหันมาสบตา แต่ร่างสูงก็ไม่ยอม มือหนาเชยคางมนให้หันมาสบตาแต่โดยดี
แค่เธฮคนเดียว.........คนที่ฉันรู้จักแล้วแต่งคอสมีแค่เธอคนเดียว คาเมะหัวใจวูบไหวไปกับคำขึ้นประโยค ยิ่งสายตาคมที่จริงจังนั้นราวกับบอกว่ามีเพียงเขาคนเดียว แต่พอฟังจนจบฟันคมก็ต้องขบลงบนริมฝีปากบางน้อยๆที่หลงคิดอะไรบ้าๆแบบนั้น ทำไมจะต้องใจเต้นด้วย....เขาเกลียดขี้หน้าเจ้าคนปากเสียหลงตัวเองนี่ไม่ใช่รึไง!!
ก็ได้สอนก็ได้ เอามือออกได้แล้ว คาเมะปัดนิ้วยาวที่สัมผัสอยู่ที่คางออก และร่างสูงก็ไม่ขัดอะไร
คุณก็แค่ไปที่ร้านแล้วก็ซื้อชุดมา ท่าทางคุณคงจะรวยนี่ แบบคุณซื้อได้สบายไม่ต้องทำเองหรอก หน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอธิบายอย่างคนมีประสบการณ์สูงกว่า
เอ๋...ชุดทั้งหมดนี่เธอตัดเองงั้นเหรอ จินที่ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าที่มีชุดคอสแบบต่างๆเต็มไปหมดก็ต้องตาโต
ใช่ สวยใช่ไหมล่ะ คาเมะยิ้มอย่างภูมิใจจนลืมต่อว่าคนที่เปิดตู้ดูโดยไม่ได้รับอนุญาต
เธอตัดชุดให้ฉันบ้างได้ไหม ใบหน้าคมหันมายิ้มอ้อนๆให้ และเป็นอีกครั้งแล้วที่คาเมะต้องรีบเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นทั้งๆที่ไม่มีเหตุผลจะต้องหลบสักนิด
เรื่องอะไรล่ะ คุณก็ไปซื้อเอาเองสิ จ้างคนอื่นตัดก็ได้
ฉันอยากให้เธอทำหนินะคาเมะนะ
ไม่
คาเมะขอร้องล่ะ
ไม่
ที่รักตัดให้ผมเถอะนะ จินงัดไม้ตายมาใช้และมันก็เรียกหน้าแดงระเรื่อบนผิวขาวใสได้ทันที
ห้ามเรียกแบบนั้น!! คาเมะหน้าแดงจัดเอามือปิดหูกั้นเสียงแต่มันก็ยังเล็ดลอดมาให้ได้ยินจนได้
ที่รักทำให้ผมหน่อยนะครับ นะ..ที่รัก..น๊า
โอ๊ย!! พอแล้ว..ทำให้ก็ได้ คาเมะสะบัดตัวอย่างหงุดหงิด ผิดกับจินที่ยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะรีบปรี่เข้าไปใกล้คนตัวบาง
คุณจินคุณจะเข้ามาใกล้ผมทำไม คาเมะมองตาขวางเขยิบหนีคนที่กระแซะมานั่งใกล้
ก็จะให้วัดตัวไง จินยิ้มทะเล้น และคาเมะก็ต้องลุกไปหยิบสายวัดมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
ลุกขึ้นสิ ร่างบางสั่งเสียงเหวี่ยงแต่คนรับคำสั่งกลับยิ้มร่ายอมทำตามอย่างว่าง่าย
ร่างสูงยืนขึ้นเต็มความสูงพร้อมกางมือออกให้ความร่วมมืออย่างดี คาเมะมองคนที่ยืนหน้าตากรุ้มกริ่มแล้วก็ต้องเม้มปากแน่น ร่างบางเลือกที่จะเดินไปวัดไหล่จากด้านหลังเป็นที่แรกพร้อมจดตัวเลขยุกยิกลงในกระดาษขาว แขนเรียวยื่นสอดใต้แขนแกร่งมาด้านหน้าเมื่อที่ต่อไปที่ต้องวัดคืออกกว้าง
ฮึๆ เพิ่งเคยเห็นเขาวัดตัวกันจากด้านหลัง จินแซวขึ้นเมื่อคนที่วุ่นวัดตัวคงจะปักหลักวัดจากข้างหลังเขา
อย่าพูดมาก ผมมีวิธีของผมแล้วกัน คาเมะค้อนควับให้แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เห็น แต่ก็อดจะยอมรับไม่ได้เลยว่าเขาไม่กล้าที่จะวัดตัวทางด้านหน้าจริงๆ สายตาคมที่มองมานั้นมันกำลังทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง
เธอกลัวฉันเหรอคาเมะ เสียงทุ้มลึกแฝงแววท้าทายอย่างชัดเจนและแน่นอนว่าจินตั้งใจจะยั่วยุคนพยศที่เกลียดความพ่ายแพ้อย่างจงใจ
ใครกลัวกัน !!! ทำไมผมจะต้องกลัวคุณด้วย คาเมะเลือดขึ้นหน้าทันทีได้ยินแต่เสียงวิ๊งๆอยู่ในหัว ไม่มีทางที่คาเมนาชิคนนี้จะยอมให้ใครมาดูถูกง่ายๆ
ก็ท่าทางเธอมันก็บอกอยู่ชัดๆ ที่วัดตัวแบบนี้เพราะกลัวจะตกหลุมรักฉันรึไง จินยังคงกวนอารมณ์อย่างต่อเนื่องและมันก็เห็นผลทันตาเมื่อร่างบางๆย้ายตัวเองกลับมายืนอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มทันที
ฝันไปเถอะใครจะหลงรักคนหลงตัวเองแบบคุณ คาเมะเบะปากให้ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่อีกครั้ง
แขนเรียวสอดเข้าใต้แขนแกร่งแบบเดิมเพียงแต่ครั้งนี้เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับนายแบบที่ถูกวัดตัว เพราะอกที่กว้างและหนาของชายหนุ่มทำให้แขนเรียวต้องยื่นปลายสายวัดไปจนสุดแขนราวกับโอบกอดชายหนุ่มอย่างเต็มใจซะเอง วงหน้าสวยที่แนบอยู่กับแผ่นอกกว้างต้องแดงจัดเพราะรับรู้ถึงแรงเต้นถี่ที่ดังอยู่ข้างหู คาเมะรีบดึงปลายสายให้พอดีก่อนจะดันตัวออกห่างแต่มือหนาที่เคยกางออกกลับจับยึดตัวเขาไว้ให้ค้างอยู่ที่เดิม
อกฉันกว้างเท่าไหร่กัน จินพ่นถามใกล้ใบหูขาวให้ร่างบางต้องเกร็งเขม็งจนชาทั้งตัว
วะ...วัดเสร็จเดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ คาเมะก้มหน้าลงต่ำไม่เงยมามองอะไรทั้งนั้น ใจดวงน้อยเต้นรัวไปตามความใกล้ชิดที่กินเวลายาวนานเพราะแรงฉุดรั้งจากร่างสูง มือเรียวสั่นน้อยๆเมื่อลมหายใจร้อนยังคงรินรดอยู่ตามใบหูและซอกคอหอมกรุ่นไม่ห่าง....ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย....ความรู้สึกที่เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ....คุณกำลังทำอะไรกับผมกันคุณจิน....
งั้นก็วัดต่อเถอะ ชายหนุ่มคลายมือที่จับคาเมะเอาไว้ แต่เพียงแค่นั้นขาเรียวที่สั่นเมื่อไร้การพยุงมันก็ทรุดลงทันที คาเมะหน้าแดงฉาดกับท่าทางอ่อนเปลี้ยแค่อยู่ในอ้อมกอดคนตรงหน้าเท่านั้น แต่เขาก็เร็วพอที่จะทำท่าเป็นวัดความยาวของขาแทน
ร่างบางนั่งคุกเข่ากับพื้นลากสายวัดให้ยาวจากเอวจนถึงข้อเท้า และเรียวหน้าสวยที่ก้มๆเงยอยู่ระดับเอวนั้นก็ทำเอาจินต้องขบกรามแน่นข่มความต้องการที่เกิดกับคนหน้าสวยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังยั่วอารมณ์เขาเพียงใด เมื่อวัดเสร็จคาเมะก็เงยหน้าขึ้นมองคนตัวหนาที่สั่นน้อยๆอย่างสงสัย ใบหน้าคมแดงเข้มแต่กลับดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก คาเมะลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเมื่อแค่เห็นใบหน้านั้นก็ทำเอาเขาใจเต้นแปลกๆ
เสร็จแล้ว
จินผ่อนลมหายใจยาวๆ ค่อยๆหลับตาลงช้าๆสะกดอารมณ์ความต้องการอย่างยากเย็น และเพียงไม่นานเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเรียกให้คนหน้าหวานที่ยืนหันหลังปรับหัวใจที่เต้นรัวอยู่ต้องหันมามอง
สอนฉันแต่งหน้าด้วยสิ จินยิ้มอย่างนึกสนุกเมื่อนึกไปถึงเครื่องสำอางที่เขาเห็นมันอยู่ในกระเป๋าของร่างบาง
อะไรกัน ให้ตัดชุดให้แล้วยังต้องสอนแต่งหน้าอีกเหรอ คาเมะโวยวายออกมาบ้างเมื่อคนที่เขาอุตส่าห์ยอมลดให้เริ่มจะได้ใจ
ก็มันต้องแต่งหน้าด้วยไม่ใช่รึไง ไม่งั้นมันก็ไม่ครบขั้นตอนน่ะสิ ร่างสูงอ้างเหตุผลที่ฟังขึ้นให้คาเมะต้องอ่อนใจ
ร่างบางถอนหายใจหน่ายๆออกมาก่อนจะทำใจคิดซะว่าต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่วงการละกัน
ก็ได้...แต่ผมจะสอนแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ คาเมะยื่นคำขาดและร่างสูงก็รีบพยักหน้ารับข้อตกลงทันที
เจ้าของห้องเดินไปหยิบเครื่องสำอางครบสุดมาวางไว้บนพื้นพรมกลางห้อง ก่อนจะเริ่มลงมือสอนลูกศิษย์ตัวโตๆที่นอกจากจะหาเรื่องมาให้เขาต้องปวดหัวแล้วยังขยันทำเขาใจเต้นไม่หยุดอีก
เอานี่คาดผมไว้ก่อนมันจะได้ไม่ลงมาเกะกะ คาเมะยื่นคาดผมผ้าสีขาวให้แต่ร่างสูงกลับดันกลับคืน
ถ้าแต่งให้ฉัน ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันต้องทำยังไง คาเมะแต่งตัวเองสิแล้วฉันจะได้ทำตามได้ไง จินเสนอความคิดออกมาและคาเมะก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอ
ก็ได้ มือขาวหยิบผ้าคาดผมมาดันรวบเก็บผมที่ลงมาปรกหน้าสวยเผยให้เห็นหน้าเรียวใสที่ไม่มีอะไรมาขวาง คิ้วเรียวยาวรับกับนัยน์ตารีสีน้ำตาลอ่อนสวยที่ล้อมรอบด้วยแพขนตายาวงอน ริมฝีปากบางสีเรื่ออ่อนราวกับกลีบของดอกซากุระ ผิวขาวใสจนเห็นสีเลือดฝาดที่ฉาบอยู่ข้างสองแก้ม...ใบหน้าสวยที่ดึงดูดเหลือเกิน....
ก่อนอื่นต้องลงแป้งก่อนนะ ก็ทำแบบนี้นะเข้าใจไหม จินสะดุ้งน้อยๆกับเสียงใสที่เริ่มอธิบายขั้นตอนโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกลอบมองอย่างหลงใหลขนาดไหน
จากนั้นก็มาเขียนตา ใช้อายลายเนอร์นี่วาดลงไปแบบนี่นะ คุณครูคนสวยตั้งอกตั้งใจอธิบายทุกขั้นตอนถี่ยิบและจินก็พยักหน้ารับไปตามเรื่องเท่านั้น เพราะเขาไม่ได้ต้องการจะแต่งคอสอย่างที่บอกกับร่างบางจริงๆ แต่จุดประสงค์น่ะคือคนหน้าหวานที่ยังไม่รู้ตัวนี่ต่างหาก
เสร็จแล้ว สุดท้ายก็ปาก...เอาสีนี้แล้วกัน มือขาวเลือกหยิบลิปสติกสีเข้มขึ้นมาก่อนจะค่อยๆแต้มทาลงบนเรียวปากบาง
เสร็จแล้ว เสียงใสเอ่ยอย่างดีใจก่อนจะหันมาให้คนฝึกหัดเห็นเต็มตา
ลิปสติกสีนี้สวยจัง เสียงทุ้มชมออกมาให้เจ้าของต้องยิ้มกว้าง
ใช่ม๊า...คุณก็ลองทาดูสิ คาเมะยิ้มหวานให้พร้อมชักชวนให้ลองทาดูบ้าง
ได้เหรอ
ได้สิผมไม่ใช่คนหวงของขนาดนั้นนะ
และเพียงสิ้นคำอนุญาตริมฝีปากอิ่มก็ฉกฉวยลงบนเรียวปากนุ่มที่แต้มสีเข้มทันที คาเมะตาโตตกใจกับสัมผัสที่ได้รับ มือขาวกำแน่นที่ชายเสื้อผ้าหนาของชายหนุ่มอย่างต่อต้าน แต่ริมฝีปากร้อนที่อ่อนโยนและออดอ้อนก็ทำให้ความแข็งขืนเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เรียวปากบางโอนอ่อนไปตามการชักนำของอีกฝ่ายยอมแม้กระทั่งให้ลิ้นหนาได้เข้ามาค้นหาความหวานที่ถูกซ่อนไว้ในโพรงปากเล็กอย่างไม่ขัดขืน เสียงหายใจเริ่มแรงจนหอบสะท้านเมื่อการพัวพันในช่องปากร้อนยาวนานจนแทบจะหมดลมหายใจ
จินค่อยๆผละออกช้าๆเมื่อคนตัวเล็กเริ่มดิ้นรนเรียกหาอากาศเข้าปอด ร่างสูงเชยคางคนที่เหนื่อยหอบขึ้นสบตาคม ใบหน้าใสแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า และเรียวตาสวยก็หวานเชื่อมซะจนละสายตาไม่ได้
เธอว่าฉันเหมาะกับลิปสีนี้รึปล่าวคาเมะ จินกระเซ้าให้ร่างที่ต้องอิงกายอยู่ในอ้อมกอดของเขาต้องตวัดมองอย่างเคืองๆ และที่น่าเจ็บใจก็คือลิปสีเข้มที่เคยแต่งแต้มอยู่ที่ริมฝีปากของคาเมะตอนนี้มันก็ถูกเคลือบอยู่บนริมฝีปากอิ่มอย่างที่จินพูดจริงๆ
ใครใช้ให้คุณทำแบบนี้คุณจิน!!! คาเมะผละออกจากอ้อมแขนแกร่งทันทีที่ได้สติกลับคืน แม้จะรู้สึกดีกับรสจูบที่ร่างสูงหยิบยื่นให้แค่ไหนแต่มันก็คนละเรื่องกับที่อยู่ดีๆจินก็มาขโมยจูบแรกของเขา
ถามได้ก็เธอบอกเองว่าให้ฉันลองทาดู ร่างสูงหลิ่วตาอย่างเจ้าเล่ห์เรียกใบหน้าแดงจัดเพราะอารมณ์โกรธจากร่างบางทันที
ผมหมายถึงทาจากแท่งลิปสติกต่างหากเล่า!! อยู่ดีๆเสียงใสที่เคยแหวเข้มก็สั่นเครือจนจินต้องเงยหน้ามองคนที่เพิ่งพยศอยู่เมื่อครู่
เรียวหน้าขาวบิดเบ้อย่างสุดจะห้ามความแค้นใจ เรียวตาสวยก็เอ่อคลอด้วยน้ำตาแต่คนที่เกลียดการยอมแพ้ก็ยังไม่ยอมให้มันรินไหลออกมา
คาเมะร้องไห้ทำไม จินตกใจที่เห็นคนที่โกรธเร่าๆอยู่เมื่อครู่จู่ๆก็จะกลายเป็นคนขี้แยซะเฉยๆ
ทำไมคุณต้องแกล้งผมด้วย สนุกนักรึไง นั่นจูบแรกของผมนะ!!! คาเมะตัดพ้อออกมาอย่างสุดจะทน และตอนนี้เขาก็ห้ามน้ำตาที่เอ่อจนเต็มหน่วยตานี่ไม่ได้อีกแล้ว
จินเข้าไปกอดปลอบโยนคนหัวดื้อเข้มแข็งแต่กลับอ่อนไหวกับความรัก มือหนาลูบเส้นผมดำนุ่มมือเบาๆ
แล้วใครบอกว่าฉันแกล้งนายล่ะ จินกระซิบเสียงอ่อนข้างหูขาว และใบหน้าที่เปื้อนน้ำใสก็ต้องเงยมองทันที
แล้วคุณทำแบบนี้ทำไมล่ะ ทำไมต้องเข้ามาในชีวิตผมด้วย เรียวตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริกยามสบนัยน์ตาคมเข้ม และแววตาใสนั้นก็เร่งรัดคำตอบโดนเจ้าของไม่ต้องถามย้ำ
ก็เพราะฉันจะเอากระเป๋ามาคืนนายน่ะสิ จินยิ้มทะเล้นให้ แต่อีกคนไม่ขำ คาเมะทำท่าจะผละออกจากอ้อมกอดแต่จินก็กลับกระชับเอาไว้ไม่ยอมให้ห่างไป
โกหกน่า.....โธ่เอ๊ย! นี่ฉันต้องพูดจริงๆเหรอ....นายไม่รู้สึกบ้างรึไงน๊า.....ฉันก็แค่หลงรักคนตัวเล็กที่ถือกระเป๋าใบโตที่เหมือนกับของฉันซะเต็มเปาน่ะสิ จินก้มมองร่างเล็กในอ้อมกอดที่หน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึงอีกครั้งก่อนจะกอดแน่นๆส่ายไปส่ายมาแกล้งร่างบางที่หัวเราะเสียงใส
ทำไมน่ารักอย่างนี้น๊า... จินยิ้มมองหน้าหวานที่ส่งยิ้มตอบมาด้วยความรักก่อนจะก้มลงกระซิบถามที่ข้างหูขาวเพิ่มรอยความอายไม่ให้จางไปจากหน้าสวย
รู้เหตุผลแล้วทีนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม
จินยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งสายตาเจ้าชู้ให้ร่างบางก่อนจะก้มลงต่ำเลิกเสื้อนอนตัวบางขึ้นก้มสัมผัสกับผิวเนื้ออุ่นเรียบตรงหน้าท้องแบนราบ
นายเคยเพ้นท์ตัวรึปล่าวคาเมะ
อ๊ะ! คุณจินอย่านะ คาเมะตาโตผลักคนที่กำลังลากริมฝีปากอิ่มร้อนอย่างย่ามใจไปทั่ว
เรามาลองใช้ลิปสติกเพ้นท์ตัวกันเถอะนะ ^^
คาเมะคงจะไม่คัดค้านอะไรแถมยินดีอีกต่างหากถ้าการเพ้นท์ตัวนั้นจะใช้สีจากแท่งลิปสติกแทนที่จะเป็นสีลิปสติกจากริมฝีปากของคนเจ้าเล่ห์อย่างอาคานิชิ จิน
......แล้วอย่างนี้เต่าน้อยของเราจะไปสอบพรุ่งนี้เช้าไหวไหมเนี่ย( คุณแม่ฝากความเป็นห่วงค่ะ ^^)
THE END.
SPECIAL SCENE ::
คาเมะนายเชื่อเรื่องพรหมลิขิตรึปล่าว ร่างสูงที่นอนทอดแขนแกร่งให้ร่างบางในอ้อมกอดนอนหนุนถามขึ้นเมื่อร่างที่หอบจนตัวโยนเมื่อครู่สงบลงแล้ว (คงไม่ต้องให้บอกใช่ไหมคะว่าเกิดจากอะไร >///<)
ถามทำไมเหรอ ? หน้าขาวใสที่แนบอยู่กับอกอุ่นเงยขึ้นมาส่งสายตาบ้องแบ๊วให้
เถอะน่า...ตอบหน่อยสิ จินจูบลงเบาๆที่หน้าผากมนอ้อนให้ตอบคำถาม
ไม่เชื่อหรอก คนหน้าหวานอมยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุขก่อนจะซบลงบนอกอุ่นอีกครั้ง
ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน
อ้าว...แล้วคุณจินจะถามทำไม คนตัวเล็กเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยเป็นการเตือนว่าม้าพยศตัวนั้นกำลังจะกลับเข้าร่างแล้ว
ก็แค่อยากรู้เฉยๆ นอนเถอะเหนื่อยไม่ใช่เหรอ หรือยังมีแรงอยู่อีก.... เสียงทุ้มลากยาวสื่อความในให้คาเมะต้องรีบตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมการพร้อมหันหลังให้คนทะลึ่งทันที
จินอมยิ้มในความน่ารักก่อนจะกอดกระชับร่างบางจากด้านหลังเพิ่มไออุ่นให้ แต่เพียงครู่ร่างที่เคยหันหลังก็หันกลับมาทางเดิม ใบหน้าสวยยิ้มหวานเยิ้มให้คนรักอีกครั้งก่อนจะขยับเข้าใกล้ซุกอยู่ในอกกว้างเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราสักที
จินก้มลงจูบผมนุ่มหอมอย่างแสนรักก่อนจะหลับตามกันไปเก็บเรื่องเหตุผลที่เขาไม่เชื่อในพรหมลิขิตไว้กับตัวเพียงคนเดียว
คาเมะคงไม่มีวันได้รู้ว่าเรื่องสับกระเป๋าที่ร่างบางคิดว่าเพราะความเอ๋อของตัวเองนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพราะผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่หาทางเข้าใกล้คนที่เป็นรักแรกพบต่างหาก
.......เพราะฉะนั้นเรื่องพรหมลิขิตอะไรนั่นน่ะไม่เชื่อหรอก...ผมเชื่อแต่จินลิขิตเท่านั้น........^^
THE END AGAIN..
จบไปแล้วฟิคที่มีกลิ่นของ J-rock หน่อยๆ ก็เราอยากเห็นน้องเมะลุกขึ้นมาแต่งแบบนั้นบ้างอ่ะ
คงจะเซ็กซี่น่าดู >///<
ก็ชอบไม่ชอบยังไงก็ช่วยเม้นท์บอกกันด้วยนะคะ^^
ขอบคุณคนเม้นท์คนอ่านทุกคนมากค่า